อ้างถึงทางตัน คนร้ายบุกเดี่ยว ราดน้ำมันใส่ "ผู้จัดการธนาคาร" ขู่เอาเงินสด 5 ล้านบาท สุดท้ายไม่รอดถูกพลเมืองดีรุมอ่วม สารภาพทำไปเพราะตกงานไม่มีเงินใช้


วันที่ 16 ก.พ. 2569 พ.ต.ต.ภัทร์กร ชายน้อย สว.(สอบสวน) สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุบางพลี ว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปในธนาคารภายในห้างแห่งหนึ่ง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ใช้น้ำมันราดผู้จัดการและแจ้งให้จ่ายเงินจำนวน 5 ล้านบาท

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามี นายสุธิดล แพ่งศรีสาร อายุ 48 ปี สวมเสื้อคลุมสีฟ้า ใส่เสื้อยืดสีขาวด้านใน ใส่กางเกงยีนสีน้ำเงิน ถูกประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินเท้าควบคุมตัวไว้ บริเวณลานรถจอดศูนย์อาหาร ตรวจสอบตามร่างกายพบว่าได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลปูดบวมที่ใบหน้าหลายแห่งและมีเลือดไหลออกจากจมูก โดยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าปฐมพยาบาลและพาตัวส่งโรงพยาบาลบางพลี เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาโดยมีสายตรวจตามควบคุมตัวที่โรงพยาบาลบางพลี

สอบถาม นางอารีย์ ยะมาภัย อายุ 58 ปี ผู้จัดการธนาคาร เผยว่า ผู้ก่อเหตุต้องการเงินจำนวน 5 ล้านบาท แต่ผู้จัดการไม่ยอมให้เงินดังกล่าว ผู้ก่อเหตุจึงได้หยิบขวดน้ำมันไม่ทราบชนิด บรรจุภายในขวดน้ำขวดเล็ก สาดไปที่ผู้จัดการธนาคารแล้วล็อกคอด้านหลังผู้จัดการไว้ ผู้จัดการใช้ไหวพริบสะบัดเสื้อคลุมที่คนร้ายจับให้หลุดแล้ววิ่งออกด้านหน้าธนาคาร เมื่อประชาชนเห็นจึงได้เข้าช่วยผู้จัดการ ผู้ก่อเหตุจึงได้วิ่งหลบหนี และมีประชาชน เจ้าหน้าที่ของธนาคาร และสายตรวจเดินเท้าได้วิ่งติดตามไปควบคุมตัวไว้ได้  

ทางด้าน นายอดิศร อนุสนธ์ นักศึกษาใจเด็ด หนึ่งในพลเมืองดีที่เข้าจับตัวคนร้าย เผยว่า ตนกำลังกลับบ้านแล้วเห็นพี่ไรเดอร์บอกว่า คนร้ายเอาน้ำมันไปราดคนในธนาคาร จังหวะเขากำลังหนีออกนอกประตู ตนเลยวิ่งมาเตะเขาจนสลบ โดยได้ยินเขาพูดว่า มาจากชลบุรีไม่มีเงินถึงทางตัน แค่จะข่มขู่

...

ขณะที่ นายสุธิดล แฟงศรีสาร อายุ 48 ปี ผู้ก่อเหตุให้การกับทางด้าน พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี เบื้องต้นว่า ตนเองขับขี่รถจักรยานยนต์มาจาก จ.ชลบุรี เพื่อมาก่อเหตุในครั้งนี้จริง ส่วนที่ทำลงไปนั้นเพราะตกงานไม่มีเงินใช้ ถึงทางตันเลยตัดสินใจซื้อน้ำมันมาเพื่อขู่เอาเงิน แต่ไม่ได้ลงมือทำเพราะว่าเขาสู้เลยไม่กล้าทำ โดยจะขอให้การเพิ่มเติมในชั้นศาลเท่านั้น 

ทางด้าน พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากที่คนร้ายถือขวดน้ำมันเข้ามายังธนาคาร ก็มาเจอกับทางผู้จัดการของทางธนาคาร คนร้ายจึงใช้ขวดน้ำมันที่บรรจุน้ำมันเบนซินมาราดใส่ผู้จัดการของทางธนาคารทันที และบอกทางผู้จัดการให้อยู่เฉยๆ จากนั้นเอ่ยปากบอกให้ทางพนักงานของธนาคารส่งเงินให้คนร้ายจำนวน 5 ล้านบาท จังหวะนั้นเองคนร้ายได้จับเสื้อคลุมแขนยาวของผู้จัดการไว้ ซึ่งผู้จัดการมีไหวพริบที่ดีและพยายามเดินออกมานอกธนาคาร และอาศัยจังหวะที่คนร้ายเผลอ ผู้จัดการจึงเอี้ยวตัวหมุนเพื่อสะบัดตัวออกจากเสื้อคลุม โดยมีพนักงานธนาคารและพนักงานชายของดีไอวายกระโดดต่อยและถีบคนร้ายทันที จนคนร้ายต้องวิ่งหลบหนีออกจากทางห้างและถูกพลเมืองดีตามจับตัวเอาไว้ได้ 

จากการตรวจสอบประวัติ ที่บ้านบึงซึ่งเป็นบ้านของเขา ยังไม่พบพฤติกรรมที่สอบไปในทางที่เขามีความผิดปกติ แต่จากประวัติเขามีคดีทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นความผิดของเขาในวันนี้ที่เขาจับตัวผู้จัดการไว้ น่าจะเข้าข่ายความผิดโทษฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว และการที่เขาบอกให้ส่งเงินน่าจะเข้าข่ายความผิดในการกรรโชกทรัพย์ แต่ในเรื่องของการพยายามชิงทรัพย์ธนาคาร ต้องขอตรวจสอบอีกที และเนื่องจากที่พลเมืองดีช่วยกันจับกุมตัวเขาแต่เกิดการต่อสู้ เลยทำให้เขาได้รับบาดเจ็บทางจมูก จึงส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี แต่ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงแรงจูงใจเขาขอยังไม่ให้การในชั้นสอบสวนและอ้างกฎหมาย PDPA จึงทำให้เห็นว่าเขาน่าจะมีความไม่ปกติ เนื่องจากว่าช่วงนี้ทองแพง และคนร้ายมีโอกาสต้องการเงิน เพราะฉะนั้นในเรื่องของธนาคาร ร้านทอง ปกติตำรวจจะมีมาตรการในการป้องกันเหตุ ที่ห้างแห่งนี้ก็จะมีสายตรวจไว้รักษาความปลอดภัย และทางธนาคารก็จะมีการเชื่อมสัญญาณแจ้งเหตุไปยังที่โรงพัก มาตรการนอกเหนือจากนี้จะมีการเรียกประชุมและอาจจะมีการซักซ้อมแผนต่อไป.