หมอปลา พาเหยื่อหญิงสาว ร้อง “บิ๊กเต่า” อ้างถูกลุงสัปเหร่อชื่อดังอ่างทอง หลอกทำพิธีอาบน้ำมนต์ล้างคุณไสย ในวัด ก่อนล่วงละเมิดทางเพศ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ก.พ.  ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี พาผู้เสียหายเป็นหญิงสาว 2 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับ ลุงสนม สัปเหร่อ หรือ หมอถอนคุณไสย ชื่อดังในพื้นที่ จ.อ่างทอง หลังถูกหลอกให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้คุณไสยและกระทำอนาจาร 

นางหนิง (นามสมมติ) อายุ 40 ปี  ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน มี.ค.2568 ขณะนั้น สามีป่วยเรื้อรังมา 1-2 ปี รักษาที่โรงพยาบาลไม่หาย จนเกิดความเครียด ก่อนไปพบข้อมูลของลุงคนนี้ ตามสื่อสังคมออนไลน์ เห็นว่าเป็นคนดี มีวิชาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำพิธีกรรมอาบน้ำมนต์ล้างอาถรรพ์ ล้างคุณไสย อีกทั้งยังมีการกล่าวอ้างว่ามีลูกศิษย์เป็นข้าราชการตำรวจ ทหารผู้ใหญ่หลายคน ประกอบกับมีความเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้วเลยติดต่อไป โดยเรตราคาอาบน้ำมนต์จะอยู่ที่ครั้งละ 200 บาท 

แต่เมื่อไปพบกลับไม่เป็นตามนั้น พอไปถึงลุงให้เปลี่ยนชุดเป็นสวมเพียงผ้าถุง ก่อนจะให้ถอดออกจนหมด จากนั้นเอามีดมาเขียนตามร่างกาย รวมถึงใช้มีดโกนขนลับ ก่อนจะเอาเครื่องรางที่เป็นลูกกลมๆ เรียกว่าลูกกาเราะมายัดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตน นอกจากนี้ยังใช้มือลูบคลำอวัยวะเพศ ขณะที่ทำพิธียังพูดวิจารณ์เรือนร่างของตน ยอมรับว่าตกใจ แต่เพราะกลัวคำขู่เรื่องไสยศาสตร์จึงจำยอม 

หลังทำพิธีกรรมดังกล่าวแล้ว ได้ไปพบหญิงสาวหลายรายเข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิงต่อว่าพฤติกรรมของลุง ตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เนื่องจากถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน ประกอบกับหลังทำพิธีสามีกลับไม่ได้หายจากอาการป่วยตามที่มีการกล่าวอ้าง ทำให้เชื่อว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการหลอกลวง

...


ผู้เสียหายยังยอมรับอีกว่า จากเรื่องทีเกิดขึ้น ค่อนข้างเสียความรู้สึก อยากให้ลุงหยุดพฤติกรรมเช่นนี้ ตัวลุงเองอายุก็มากแล้ว และใช้สถานที่ทำพิธีอยู่ในวัด จึงไม่อยากให้มีผู้ถูกกระทำเช่นนี้อีก เพราะก่อนหน้านี้ทราบว่า เคยมีหญิงสาวรายหนึ่งไม่ยินยอมให้ทำพิธี แต่ก็ถูกบังคับให้ทำพิธีจนเสร็จ 

ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหาย ทราบว่า มีหญิงสาวตกเป็นเหนื่อถูกกระทำเช่นนี้ราวๆ 9-10 คน อยากให้ออกมาให้ข้อมูลตำรวจ ส่วนแผนประทุษกรรมจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การกระทำอนาจาร และ ฉ้อโกงประชาชน หลังทราบเรื่อง ได้สั่งให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 เรื่องนี้ไปพร้อมๆ กัน ส่วนเรื่องที่ทำพิธีในสถานที่ของวัด ต้องมาดูว่าเข้าข่ายความผิดด้วยหรือไม่  

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ถูกกล่าวหา เบื้องต้นทราบว่า มีอายุเยอะ รวมถึงยังมีพฤติกรรมแอบอ้างตำรวจและทหารชั้นผู้ใหญ่ ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหนอยู่ระหว่างตรวจสอบ เรื่องนี้เป็นภัยสังคมไม่เกี่ยวศาสนาเป็นเรื่องตัวบุคคลที่สร้างตัวตนขึ้นมาจากการผ่าศพสาวท้องแก่ พอมีมีการนำเสนอตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อ บวกกับความทุกข์ของคน เลยเข้าไปพบ แต่ผลที่ได้มาไม่ตรงกัน ไม่ได้ช่วยอะไร แต่สิ่งที่เสียไปคือเงินค่าครู หรือ เงินที่บริจาคไป

“จากเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างเห็นใจผู้เสียหาย บางคนเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากนี้จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนใครที่เคยถูกล่วงละเมิด เจ้าหน้าที่พร้อมอำนวยความสะดวก ขอให้ติดต่อเข้ามาให้ปากคำหรือข้อมูล ขอให้มั่นใจตำรวจสอบสวนกลางทำงานเป็นมืออาชีพ” รอง ผบช.ก. กล่าวทิ้งท้าย 

ด้าน นายจีรพันธ์ หรือ หมอปลา กล่าวว่า หลังทราบเรื่องว่า ยังพบว่าเคยมีการแอบอ้างชื่อตนตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ยอมรับว่าโกรธ เพราะไม่เคยรู้จักหรือไปบ้านเขา รวมทั้งมีหลายคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจากการแอบอ้างชื่อตน ก่อนหน้านี้พยายามหาข้อมูลมาพักนึง เมื่อแน่ชัดแล้วจึงตัดสินใจติดต่อ “บิ๊กเต่า” เพื่อพาผู้เสียหายมาพบ พวกเขาก็ดีใจ เพราะคิดว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว เนื่องจากไม่มีหลักฐาน เพราะขณะเกิดเหตุเขาให้เหยื่อเข้าไปตัวเปล่าจะติดกล้องเก็บหลักฐานก็ไม่ได้ 

นายจีรพันธ์ หรือ หมอปลา ยืนยันว่า เรื่องไสยศาสตร์ ไม่มีจริง กรณีของลุงคนนี้ เชื่อว่าทำมาหลายสิบปี คาดว่าน่าจะยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้มั่นใจว่า เรื่องถึงมือ “บิ๊กเต่า” แล้ว ตำรวจสอบสวนกลาง จะสามารถดำเนินการเอาผิดกับลุงคนนี้ได้อย่างแน่นอน