ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 30 ปี “โจ้ พฤติกร” อดีตทีมงานคณะก้าวหน้า ในความผิดดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 2569 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1486/2566 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพฤติกร สาระกุล หรือโจ้ อดีตทีมงานคณะก้าวหน้า เป็นจำเลย ในความผิดดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
คดีนี้จำเลยหลบหนีระหว่างการพิจารณา ศาลออกหมายจับและมีคำสั่งปรับนายประกัน โดยทนายความในคดีนี้คือ นายอานนท์ นำภา ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างจำคุกจากคดี 112 เดินทางจากเรือนจำเข้ามาฟังการพิจารณาของศาลด้วย โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา ในคดี อ.1485/2566 ให้จำคุกนายพฤติกร จำเลยรวม 20 ปี ฐานดูหมิ่นสถาบันฯ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาแล้ว 1 สำนวน
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า วันที่ 8 พ.ย.2564 ถึงวันที่ 27 มี.ค. 2565 จำเลยได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ลงในแอปพลิเคชันทวิตเตอร์ เป็นการใส่ความ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นเหยียดหยาม พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นประมุข ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ โดยประการที่น่าจะทำให้พระมหากษัตริย์ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทั้งเป็นการปลุกปั่นทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและจูงใจให้ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ จนอาจนำมาซึ่งความเกลียดชัง โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าข้อมูลที่จำเลยโพสต์นั้นเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่นำสืบมาฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) เป็นความผิดหลายบท ให้ลงโทษทุกกระทงความผิดไป ให้ลงโทษจำเลย 10 กระทง กระทงละ 3 ปี รวม 30 ปี และให้นับโทษต่อจากคดี อ.1485/2566 ที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 20 ปี.
...