เปิดไทม์ไลน์ คดีเด็ก 15 ชิงทรัพย์ร้านทองหาดใหญ่ ให้การตำรวจเบื้องต้น อ้างทำภารกิจตามคำแนะนำของเพื่อนในเกม จุดหมายปลายทาง เตรียมเผ่นข้ามชายแดนไปหาเพื่อนที่ร่วมเล่นเกมด้วยกันที่ สปป.ลาว

จากกรณีเยาวชนชายอายุ 15 ปี บุกชิงทอง 33 บาท ภายในห้างดังในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเวลา 18.36 น. วานนี้ (3 ก.พ.69) โดยใช้ค้อนเป็นอาวุธทุบทำลายตู้กระจกร้านทอง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไทม์ไลน์การก่อเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ จากการสอบถามเพื่อนสนิททราบว่า เยาวชนชาย อายุ 15 ปี รายนี้ซึ่งเพื่อนเรียกว่า “หล่อ” บอกว่าช่วง 2 วันหลังก่อเหตุ บอกกับเพื่อนว่าจะไม่อยู่ที่บ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ต.คลองหรัง อ.นาหม่อม จ.สงขลา แล้ว และเตรียมขึ้นไปอยู่กรุงเทพฯ

โดยก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน ได้ไปเปิดรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.นาหม่อม ใกล้บ้าน นอนพัก 1 คืน จากนั้นช่วงเที่ยงวันที่ 3 ก.พ.69 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ได้เดินออกจากรีสอร์ตไปซื้อของเตรียมก่อเหตุที่ร้านทุกอย่างยี่สิบ แถวละแวกรีสอร์ตที่พัก มีทั้งค้อน ถุงเท้า และหน้ากากอำพรางใบหน้า

...



จากนั้นในช่วงบ่ายประมาณ 13.00 น. ได้เดินไปในวัดแม่เปียะ อ.นาหม่อม

เวลา 15.30 น. ได้ไปขโมยรถจักรยานยนต์ของแรงงานก่อสร้างชาวเมียนมาที่จอดไว้ในวัดแม่เปียะ หมู่ 2 ต.นาหม่อม แล้วขับไปก่อเหตุ หลังก่อเหตุเสร็จก็ขับรถไปจอดทิ้งไว้ริมคลองในพื้นที่ ต.นาหม่อม รุ่งเช้าเดินทางไปยังสนามบินหาดใหญ่ ไปลงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ แล้วนั่งรถทัวร์จากหมอชิตไปลงที่ จ.อุบลราชธานี




ส่วนทองที่ขโมยมาได้นั้น ได้ฝากส่งทางไรเดอร์ ไปให้เพื่อนที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านซอย 4 ถนนนิพันธ์สงเคราะห์ 5 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยใส่ไว้ในถุงผงซักฟอกปิดด้วยเสื้อสีดำและใส่ในกระเป๋าถือผู้หญิงอีกที

...




อย่างไรก็ตาม ทองคำของกลาง ตำรวจตรวจยึดกลับมาได้น้ำหนักรวม 30 บาท ขาดไป 3 บาท เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลว่าผู้ก่อเหตุนำทอง 3 บาทไปทำอะไร หรือขายให้ใคร และปลายทางของทองทั้งหมด ตั้งใจจะนำไปทำอะไร ที่ไหน และหลังจากนี้ก็จะนำตัวเยาวชนที่ก่อเหตุส่งกลับไปดำเนินคดีที่จังหวัดสงขลา

โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการขยายผลว่ามีบุคคลใดให้การช่วยเหลือ หรืออยู่เบื้องหลังหรือไม่ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ตอนก่อเหตุทำคนเดียว แต่หลังก่อเหตุที่จังหวัดสงขลา ก็ได้หลบหนีไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี คาดว่าอาจตั้งใจจะหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งตำรวจก็สันนิษฐานว่าอาจมีผู้ช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือคนที่ยุยงส่งเสริมให้ก่อเหตุ แต่เบื้องต้นยังไม่พบผู้ช่วยเหลือในการหลบหนี โดยตัวผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีเพื่อนอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี จึงหนีไปที่นั่น.

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ให้การว่า ปัจจัยที่ก่อเหตุมาจากการที่ตนเล่นเกมชนิดหนึ่ง และได้พูดคุยกับเพื่อนที่เล่นเกมด้วยกัน ซึ่งเป็นชาวลาว ได้แนะนำว่า ให้ทำภารกิจชิงทอง และหลังก่อเหตุสำเร็จแล้ว ก็ต้องฝากทองไว้ แล้วค่อยส่งตามไปที่ประเทศลาว ส่วนตนหลังก่อเหตุเสร็จ ขี่รถจักรยานยนต์ที่ชิงมาจากแรงงานชาวเมียนมาไปจอดทิ้งไว้ที่บ้านควนจง ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม แล้วเรียกให้รถรับจ้างสาธารณะจากแอปพลิเคชัน มารับไปส่งที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เดินทางไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง

จากนั้นช่วงเช้าก็นั่งรถทัวร์โดยสาร จากสถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2 ไปลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีเป้าหมายที่จะเดินทางต่อไปยังอำเภอเขมราฐ และข้ามชายแดนไปหาเพื่อนที่ร่วมเล่นเกมด้วยกันที่ สปป.ลาว

...