กองปราบแกะรอยรวบ “อาแปะ” เจ้าของร้านข้าวต้มหัวปลา ย่านลำผักชี หนีคดีฆ่าฝังดินที่ฮ่องกงมากบดานในไทยนาน 32 ปี จนมีลูก 3 คน

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ รอง ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายมุย ยิ่ว เกียง (Mr.MUI Yiu Keung) อายุ 62 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นของทางการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2532 เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง รับแจ้งพบร่างชายถูกฆ่าแล้วนำไปฝังดินอำพรางศพบริเวณชายหาด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ 4 ราย ก่อนจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้เกือบหมดแล้ว คงเหลือเพียง นายมุย ยิ่ว เกียง ผู้ต้องหารายสำคัญที่ถูกซัดทอดว่าเป็นคนลงมือใช้พลั่วตีจนเสียชีวิต

ล่าสุดเจ้าหน้าที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประสานมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ให้ช่วยติดตามจับกุม นายมุย ยิ่ว เกียง ซึ่งคาดว่าหลบหนีมากบดานในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2537

จากการสืบสวนพบเบาะแสชายต้องสงสัยลักษณะตรงตามที่ได้รับการประสานมา เปิดร้านข้าวต้มหัวปลาชื่อร้าน “อาแปะ” อยู่ย่านลำผักชี จึงเข้าตรวจสอบพบเจ้าของร้านมีรูปพรรณสัณฐานตรงตามที่รับแจ้ง จึงขอหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เลขที่ ค40/2569 ลงวันที่ 2 ก.พ.69 เข้าตรวจสอบ โดยชายคนดังกล่าวไม่สามารถนำเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทางมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

...




เมื่อเจ้าหน้าที่เค้นสอบปากคำอย่างหนัก จึงให้การยอมรับว่า ชื่อ นายมุย ยิ่ว เกียง เป็นบุคคลตามหมายจับของทางการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงจริง โดยหลบหนีคดีเข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2537 เปิดโรงงานเล็กๆ อยู่ใน จ.สมุทรปราการ อยู่กินกับภรรยาคนไทย มีลูกด้วยกัน 3 คน ล่าสุดมาเปิดร้านข้าวต้มหัวปลา ย่านลำผักชี กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นนั้นขอไม่ให้การใด ๆ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “หลบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย”

รายงานว่าพรุ่งนี้ (4 ก.พ.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของฮ่องกง จะเดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อร่วมประชุมหารือประสานความร่วมมือจับกุมคนร้ายข้ามชาติระหว่างไทยกับฮ่องกง พร้อมดำเนินการประสานทางการไทยเพื่อนำตัว นายมุย ยิ่ว เกียง ไปดำเนินคดีที่ฮ่องกงต่อไป