บิ๊กโจ๊ก โผล่ไลฟ์สด เปิดใจพูดครั้งแรก หลังโดนคดีติดสินบนทองคำ ยืนยันไม่ได้หลบหนีไปไหน ส่วนใหญ่อยู่กรุงเทพฯ เป็นหลัก อยู่บ้านหลังเดิมที่โดนค้น ใช้ชีวิตตามปกติ ซ้อมเทนนิสทุกวัน ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง เผยเรื่องน่าเศร้าใจ ประเทศไทยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย สแกมเมอร์ ยังมีอยู่เหมือนเดิม
ภายหลัง ป.ป.ช.ส่งสำนวนการสอบสวนดำเนินคดี “บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” อดีตรอง ผบ.ตร. ให้สินบนทองคำแท่งมูลค่า 10 ล้านบาทกับกรรมการ ป.ป.ช. ผู้หนึ่งเพื่อจูงใจให้ช่วยเหลือคดีเว็บพนัน คืนกลับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการคดีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีชื่อถูกกล่าวหา เสนอให้ประธานรัฐสภาพิจารณา ถ้าเห็นว่ามีมูลให้ส่งเรื่องต่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระดำเนินการ ขณะเดียวกัน “รองโจ๊ก” ยังโดนอีกคดี เมื่อ พ.ต.ท. และ พ.ต.อ. 2 ลูกน้องเก่าแจ้งความเอาผิดทำร้ายร่างกายด้วยการตบบ้องหูร้าว และด่าทอจนถึงขั้นพบจิตแพทย์ ทำเอา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ต้องส่งทนายไปแจ้งความกลับเรื่องแจ้งเท็จ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ (30 มกราคม 2569) ที่ บช.ก. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ยังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว โดยยืนยันว่าทำทุกอย่างตามระเบียบข้อกฎหมาย พร้อมร่างหนังสือส่งถึงอัยการสูงสุด-ประธานวุฒิสภา-ป.ป.ช.
นอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยระบุว่า ไม่รู้ว่าท่านหายไปไหน ส่วนเรื่องการหลบหนี ไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นเรื่องของหมายแดง เราสามารถตามกลับมาดำเนินคดีได้ พร้อมขอเป็นกำลังใจให้ท่านโจ๊ก ขอให้ไปไหว้พระทำบุญเยอะๆ พวกเราเป็นตำรวจ บังคับใช้กฎหมายทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ได้ไปรังแกข่มเหงใคร อย่างน้อยยังเป็นพี่น้องที่เดินคลานตามกันมาจากโรงเรียนนายร้อยสามพราน ผลกรรมและการกระทำต่างๆ เชื่อว่าบาปกรรมมีจริง เพราะฉะนั้น การกระทำทุกอย่าง เป็นไปตามกฎแห่งกรรม
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “สุรเชษฐ์ หักพาล” ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ทีมงานแอดมินได้มีการไลฟ์สดพูดคุยกับบิ๊กโจ๊ก ที่สนามเทนนิสของโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านหลักสี่ หลังจากไม่มีความเคลื่อนไหวตั้งแต่ถูกดำเนินคดีติดสินบนทองคำ
บางช่วงบางตอน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ ผมก็ยังต่อสู้คดีอยู่ ซึ่งวันนี้ก็มีบุคคลพยายามสร้างกระแสว่าผมหลบหนีออกไปต่างประเทศบ้าง หนีออกไปแล้วบ้าง ที่จริงแล้วต้องกราบเรียนว่า ฝากถึงบุคคลท่านนั้นด้วยว่าผมไม่ได้หนีไปไหน อย่าไปพยายามสร้างกระแสเลย ผมยังใช้ชีวิตปกติ ก็มีประชาชนหลายท่านเห็นผมอยู่ ขอถ่ายรูปต่างๆ ผมก็ใช้เวลาว่างมาพัฒนาตัวเอง ไม่เคยหยุดพัฒนา มาเล่นเทนนิสปกติ ปลายปีนี้ผมเตรียมตัวจะไปแข่งเทนนิสประเทศไทย อายุ 55 ปี
"ทีนี้ก็ต้องเรียนว่า ผมไม่ได้หนีไปไหน ใช้ชีวิตปกติ ส่วนใหญ่อยู่กรุงเทพฯ เป็นหลัก ก็อยู่บ้านหลังเดิมที่ถูกค้น ไม่ได้เปลี่ยนบ้านเลย เพราะมีบ้านอยู่หลังเดียว และกลับไปสงขลาบ้าง"
ส่วนในการต่อสู้คดี "มีประชาชนหลายท่านถามว่า ทำไมผมไม่ออกมาพูดแบบปีที่แล้ว คือ ผมก็ต้องกราบเรียนว่า ปีที่แล้ว ผมพูดทั้งปี ออกหลายรายการมาก แต่ผมก็เศร้าใจ ว่าประเทศไทยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ไม่ว่าจะเป็นสแกมเมอร์ การปราบปรามอาชญากรรม หนี้นอกระบบ ชาวบ้านยังเดือดร้อนเหมือนเดิม สแกมเมอร์ยังมีอยู่เหมือนเดิม ประชาชนยังถูกหลอกอยู่เหมือนเดิม ผมก็ไม่รู้จะพูดไปทำไม เพราะว่าผมเนี่ยพูดไปก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับประเทศไทย
แต่ว่าวันนี้ในเรื่องของคดีความผม ที่ผมไม่ได้พูดอะไรเลย ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่ต่อสู้นะครับ แต่ผมเบื่อหน่ายว่า คดีของผมตั้งแต่สองปีต่างๆ ที่ดำเนินคดีมาจนถึงวันนี้นะครับ คดีเรื่องสินบนทองคำอะไรต่างๆ ในเมื่อบุคคลที่รักษากฎหมายยังทำกระบวนการทางกฎหมายไม่ชอบ ไม่ถูกต้อง ผมไม่รู้จะพูดทำไม ก็ในเมื่อท่านยังทำไม่ถูกต้อง นี่ขนาดผมเป็นข้าราชการเก่านะ ถ้าเป็นประชาชนเนี่ยตายเลยนะครับ"
ผมฝากถึงพ่อแม่พี่น้องนะครับ เมื่อไหร่ที่เขาทำถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย ผมจะออกมาพูดข้อเท็จจริงให้ฟัง ผมไม่ได้หยุดต่อสู้ ผมต่อสู้ตามปกติ ผมมอบหมายทนายให้ทนายเป็นคนพูดแทนผม แต่ผมก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน ยืนยันยังอยู่เหมือนเดิม หรือว่ามีคดีความอะไรต่างๆ ผมพร้อมเข้าสู่กระบวนการ ส่วนบุคคลที่สร้างกระแสว่าผมจะหลบหนีไปไหน ก็ขอให้หยุดสร้างกระแส มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ
...