ไล่ล่าโจรชิงทองห้างดัง สุขุมวิท 50 ตำรวจเรียกประชุมชุดสืบสวน ยืนยันคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นคนไทย แต่ยังไม่ปักใจเชื่อก่อเหตุเพียงคนเดียว ไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมถึงประตูรีโมทหน้าร้านที่ปิดไม่สนิท เร่งสอบปากคำ 4 พนักงานหญิง

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ท้องที่ สน.พระโขนง ก่อนหลบหนีไป พร้อมทองคำน้ำหนักประมาณ 149 บาท และเงินสดประมาณ 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 30 มกราคม 2569

ขณะที่ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นชายแต่งกายมิดชิด ปกปิดใบหน้า บุกเข้ามาในร้านพร้อมใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานร้าน พร้อมราดน้ำมันเข้ามาภายในร้าน ส่วนอาวุธปืนขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นอาวุธปืนจริงหรือปืนปลอม ช่วงเวลาเกิดเหตุห้างและร้านทองปิดทำการแล้ว พนักงานได้อยู่ระหว่างการนำทองออกมาตรวจสอบ ซึ่งตอนนั้นประตูร้านปิดไม่สนิท ทำให้คนร้ายอาศัยจังหวะดังกล่าวก่อเหตุมุดเข้ามาภายในร้าน และหลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีออกจากห้างไปทันที โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่าง ๆ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณร้านทองที่เกิดเหตุในวันนี้ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงซักถามข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยภายหลังการตรวจสอบ ร้านทองดังกล่าวจะปิดให้บริการเป็นเวลา 1 วัน

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวแป๋ว ผู้จัดการเขตร้านทองดังกล่าว เปิดเผยว่า หลังทราบเหตุได้รีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุทันที และสอบถามรายละเอียดจากพนักงานภายในร้าน เบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่พนักงานกำลังเก็บทรัพย์สินเข้าตู้เซฟ

โดยปกติร้านจะปิดให้บริการประมาณเวลา 20.00 น. แต่คืนเกิดเหตุมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ทำให้ร้านปิดช้ากว่าปกติ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะอาศัยจังหวะดังกล่าว มุดประตูหน้าร้านเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งประตูเป็นระบบรีโมทอัตโนมัติ

ในช่วงเวลาดังกล่าว มีพนักงานอยู่ภายในร้านทั้งหมด 4 คน เป็นพนักงานหญิงทั้งหมด จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาจากทางฝั่งห้องน้ำ ก่อนจะหยุดอยู่บริเวณหน้าร้านเพียงครู่เดียว แล้วมุดเข้าไปภายในร้านทันที

...




สำหรับประเด็นการวางแผนก่อเหตุ นางสาวแป๋ว ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม จากลักษณะการแต่งกายและอุปกรณ์ที่ใช้ เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีการเตรียมการมาก่อน เนื่องจากสวมหมวก เสื้อแขนยาว ถุงมือ และพกพาอาวุธปืนมาด้วย เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายได้ทองรูปพรรณไปประมาณ 140 กว่าบาท ซึ่งเป็นทองรูปพรรณทั้งหมด

ด้าน นางสาวโอ๋ อายุ 53 ปี พนักงานของร้าน ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า โดยปกติจะปิดร้านเวลาประมาณ 20.00 น. แต่คืนดังกล่าวมีลูกค้าจำนวนมาก จึงต้องปิดร้านดึกกว่าปกติ และหลังจากปิดร้านแล้วยังต้องเคลียร์บัญชีและตรวจนับสต๊อกสินค้า

กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ระหว่างที่พนักงานกำลังเก็บร้าน โดยมีพนักงาน 2 คนอยู่บริเวณหน้าตู้โชว์ ส่วนตนและพนักงานอีก 1 คนอยู่ด้านในเพื่อเก็บทองเข้าตู้เซฟ ได้มีคนร้ายมุดเข้ามาภายในร้าน และบังคับให้พนักงานนำทองใส่ถุง

นางสาวโอ๋ ระบุว่า ขณะเกิดเหตุ ตนไม่ได้ยินเสียงพูดของคนร้าย เนื่องจากอยู่บริเวณหน้าตู้เซฟ จนกระทั่งเห็นพนักงานอีกคนวิ่งเข้ามาด้านในร้าน จึงรู้ว่ามีเหตุผิดปกติเกิดขึ้น และทราบภายหลังว่าเป็นเหตุชิงทรัพย์ ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาดึก ร้านค้าในบริเวณดังกล่าวปิดให้บริการเกือบทั้งหมด เหลือเพียงร้านทองแห่งนี้เพียงร้านเดียว




ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 เรียกชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.5 บก.สส.บชน.ฝ่ายสืบสวน สน.พระโขนงประชุมแผนการไล่ล่าติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ

พล.ต.ต.วิทวัฒน์ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุจากการสอบถามพนักงานร้านทองให้ข้อมูลว่า ร้านทองปิดตั้งแต่ช่วง 20:00 น. แต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุพนักงานได้นำทองออกมาตรวจนับทองที่เหลือของแต่ละวัน ปรากฏว่าช่วงนั้นประตูหน้าร้านปิดไม่สนิท คนร้ายจึงถือโอกาสมุดเข้ามาก่อเหตุ และใช้น้ำมันราดที่บริเวณหน้าร้านรวมถึงข่มขู่พนักงาน ถ้าไม่ส่งทองให้จะเผาร้าน และใช้อาวุธปืนข่มขู่ ด้วยความกลัวพนักงานจึงส่งของให้

ส่วนอาวุธปืนอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นปืนชนิดใด หรือเป็นอาวุธปืนจริงหรือไม่ รวมถึงน้ำที่ใช้ราดภายในร้านอยู่ระหว่างให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ

นอกจากนี้มีข้อมูลว่าคนร้ายได้เข้ามาภายในห้างตั้งแต่เวลาประมาณ 22:00 น. ก่อนก่อเหตุระหว่างนั้นได้เดินวนเวียนอยู่ภายในห้างประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนที่พนักงานเปิดประตูทิ้งไว้เท่าที่ทราบพนักงานยืนยันว่า มีการเปิดประตูในลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าทางตำรวจไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง ตำรวจจะมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป

โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ใช้รถจยย.ในการหลบหนีออกทางป้อมบริเวณซอยสุขุมวิท 50 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ว่าคนร้ายหลบหนีโดยเส้นทางไหน ส่วนจะยังอยู่ในพื้นที่กรุงเทพหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนเช่นเดียวกัน และจากข้อมูลที่ตำรวจมีขณะนี้คนร้ายก่อเหตุเพียงแค่คนเดียว อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าก่อเหตุคนเดียว ตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำพนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินการสอบสวนอื่นต่อ ซึ่งตอนเกิดเหตุมีพนักงานภายในร้านอยู่ทั้งหมด 4 คนเป็นผู้หญิงทั้งหมด

ส่วนข้อมูลของคนร้ายนั้นยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่าเป็นใคร และอายุเท่าใด เนื่องจากแต่งกายมิดชิดปกปิดใบหน้า แต่ยืนยันว่าคนร้ายเป็นคนไทย ส่วนจำนวนทองที่พนักงานแจ้งว่าหายไปจำนวน 149 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ทองที่หายไปอาจจะเพิ่มเป็น 179 บาท ส่วนเงินสดยังเป็นจำนวน 170,000 บาท ในคืนเกิดเหตุมีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง แต่บริเวณร้านทองไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่

...