“บิ๊กเต่า” เผยคดี “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้องมีความคืบหน้า ล่าสุดเหยื่อถูกตบแก้วหูแตกโผล่เพิ่ม อีก 1 นาย และมีตำรวจ 1 นายที่ถูกทำร้ายจนต้องหนีกลับ และเมื่อหนีกลับไปแล้วยังมีการสั่งให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันว่าขาดราชการ แล้วนำตัวมาขังคุกไว้ 5 วัน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก.กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตรองผกก.สส.สภ.สำโรงเหนือ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ อดีตผกก.ตม.จว.ฉะเชิงเทรา สองลูกน้องคนสนิท อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของบิ๊กโจ๊ก หรือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.แจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย ว่า ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ออกมาให้รายละเอียดไปแล้ว รวมทั้งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (28 ม.ค.) มีอดีตลูกน้องของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้าให้การกับพนักงานสอบสวนแล้วประมาณ 8-9 คน จากตำรวจทั้งหมด 20 คน บางส่วนไม่เห็น บางส่วนเป็นประจักษ์พยาน ทุกคนให้การตามข้อเท็จจริงเพราะฉะนั้นต้องสอบทั้งหมดว่าใครไม่รู้ไม่เห็น ใครได้รับการบอกเล่า ใครเป็นประจักษ์พยาน นอกจากนี้ยังมีตำรวจอีกนายหนึ่ง ที่ถูกตบแก้วหูแตกเหมือนกันยังไม่มา จะให้พนักงานสอบสวนเรียกเข้ามาสอบ

เมื่อถามถึงกลุ่มที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ถูกทำร้ายและกลุ่มที่ไปร้องจเรตำรวจก่อนหน้า 17 รายว่าถูกทำร้ายร่างกาย ทั้ง 2 กลุ่มมัดรวมหรือว่าแยกกันหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า กลุ่มที่ไปร้องจเรตำรวจมีทั้งหมด 17 ราย ประมาณ 8-9 คนที่ถอนหรือยอมความ และมีอยู่ 7 คนที่ไม่ยอม เพราะฉะนั้นกลุ่มที่มาคือกลุ่มที่ไม่ยอม และมีกลุ่มที่ยอมด้วยบางคนรวมกันเข้ามาให้การในคดีของ พ.ต.ท.คริษฐ์ เพราะฉะนั้นจาก 17 คนที่ไปร้องจเรตำรวจ ส่วนตอนนี้ พ.ต.ท.คริษฐ์ และ พ.ต.อ.อาริศ พนักงานสอบสวนได้กันไว้เป็นพยานแล้ว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า มีตำรวจ 1 นายที่ถูกทำร้ายจนต้องหนีกลับ และเมื่อหนีกลับไปแล้วยังมีการสั่งให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันว่าขาดราชการแล้วนำตัวมาขังคุกไว้ 5 วัน จนทำให้ถูกลงประวัติอาชญากรรมด้วย เพราะฉะนั้นการที่ทำร้ายร่างกายจนเขาต้องหนีและทำให้เขาต้องรับโทษแบบนี้น่าจะเป็นคดีอาญาต้องดำเนินการด้วยหรือเปล่า

เมื่อถามว่ามีการสอบแพทย์ผู้รักษา พ.ต.ท.คริษฐ์ แล้วหรือยัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนี้ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเร่งอยู่ ท่านเป็นห่วงเรื่องดังกล่าว ตอนนี้ตนยังบอกไม่ได้ได้แค่สอบถามเป็นเรื่องไป แต่ผู้บัญชาการรับรู้รับทราบเรื่องเหล่านี้ตลอด รวมทั้งเรื่องทองคำด้วย

เมื่อถามต่อว่าใบรับรองแพทย์ที่นำมาประกอบสำนวนแพทย์ได้ระบุเลยหรือไม่ว่า เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า แพทย์ระบุว่าเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร โดยบอกว่าโดนกระทบอย่างรุนแรง และบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ยังบอกไม่ได้ว่า หากมีการสอบปากคำแพทย์เสร็จสิ้นแล้ว จะมีการเรียกผู้ที่ทำร้ายมาแจ้งข้อกล่าวหาหรือส่งฟ้องเลยหรือไม่

กรณีที่พบว่าทนายความของบิ๊กโจ๊ก มักโพสต์ภาพลงโซเชียล ว่าเดินทางมาที่ชั้น 16 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งชั้นดังกล่าวคือ บก.ปปป. ที่กำลังทำคดีของบิ๊กโจ๊กอยู่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า ทนายไม่เคยมาพบตน แต่มักจะมายื่นหนังสืออ้างอิงข้อกฎหมายให้กับชุดทำคดี มองว่าเป็นเรื่องที่ทำคล้ายสมัย พล.ต.อ.ธนา ชูวงษ์ ทำคดีเว็บพนันมินนี่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ส่วนจะเป็นการข่มขู่เจ้าหน้าที่หรือไม่ กำลังให้ตำรวจย้อนกลับไปดูคดีข่มขู่คุกคามอัยการที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่ฝั่งชุดตำรวจที่ทำคดีตอนนี้ไม่ได้หวั่นไหวกับเรื่องนี้ รวมทั้งมองว่ายังไม่ได้มีการข่มขู่คุกคาม แต่เป็นการขู่ด้วยข้อกฎหมาย เพื่อให้พนักงานสอบสวนเกิดความเกรงกลัว และถอนตัวออกจากคดี

...