“รองเต่า” ร่างหนังสือส่ง 3 หน่วยงาน หารือช่องทางส่งสำนวนคดีติดสินบนทองคำ แนะ “บิ๊กโจ๊ก” ไปไหว้พระทำบุญเยอะๆ บอกอย่างน้อยยังเป็นพี่น้องที่เดินคลานตามกันมาจากโรงเรียนนายร้อยสามพราน เชื่อบาปกรรมมีจริง ทุกอย่างเป็นไปตามกฎแห่งกรรม


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. กล่าวถึงกรณีวันนี้นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของบิ๊กโจ๊ก หรือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์หลังจากเดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาคดีติดสินบนทองคำ พร้อมขอให้นายกรัฐมนตรีส่งเรื่องนี้ไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัย เพื่อยุติความสับสนทางกฎหมายและกำหนดบรรทัดฐานในการดำเนินคดีนี้ ว่า หลังจาก ป.ป.ช. ส่งสำนวนกลับคืนมาให้พนักงานสอบสวน เบื้องต้นจากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการสอบสวนสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันได้ทำทุกอย่างไปตามระเบียบข้อกฎหมาย พร้อมมั่นใจในเรื่องที่เราดำเนินการมา สิ่งที่ยืนยันได้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม นั่นก็คือ 1.การที่เราไปขออนุมัติหมายค้นศาล หลังจากเราได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วศาลได้ออกหมายค้นให้ 11 จุด

2.การที่ ป.ป.ช. รับสำนวนไป และส่งมาตามมาตรา 61 วรรค 2 เป็นเครื่องยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วว่าตำรวจมีอำนาจในการสอบสวนคดีนี้ตาม ป.วิอาญา

ดังนั้นเมื่อส่งคดีมาแล้ว ได้มีการประชุมคณะกรรมการสอบสวน ตอนนี้อยู่ระหว่างร่างหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อหารือข้อกฎหมาย ร่างหนังสือถึงประธานวุฒิสภา และร่างหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อสอบถามเรื่องต่างๆ ในการดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการส่งสำนวนคดี รวมทั้งร่างหนังสือจะต้องมีการสอบถามในหัวข้อเรื่องของสำนวนคดีว่าจะสามารถแยกสำนวนคดีได้หรือมัดรวมเป็นคดีเดียวกันไปเลย


พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนระยะเวลาจะทำให้สำนวนล่าช้า จนทำให้คดีมีผลเป็นลบหรือไม่จะต้องไปศึกษาก่อน แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังอยู่ในกรอบเวลา ส่วนกรรมการ ป.ป.ช. ตรงนั้น เป็นเรื่องของวุฒิสภาที่จะส่งไปให้ประธานศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการ 7 คน เพื่อพิจารณาไต่สวนเรื่องนี้ ส่วนจะดำเนินการอย่างไร เป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ เป็นไปตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้ชุดสืบสวนเกิดความผิดพลาด ตอนนี้เรากำลังพักเรื่องไว้ และยังไม่มีการสอบสวนใดๆ เพิ่มเติม

รอง ผบช.ก. ยืนยันว่า มั่นใจกับการดำเนินการทุกอย่าง แต่แค่ต้องการความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการดำเนินการของตำรวจทุกขั้นตอน ต้องรัดกุมและไม่ประมาท ถ้าทำผิดพลาด จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ และเราต้องการทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตำรวจเองไม่ได้หวั่นว่าจะตกม้าตาย หรือทำผิดกฎหมายตามที่ทนายความตั้งข้อสังเกต และขอให้มันไปจบที่ศาลสถิตยุติธรรมดีกว่า

“ถ้าเราทำไป ต้องยอมรับทุกอย่างอยู่แล้ว ต้องดำเนินการตามกฎหมายของตำรวจ ทนายมีข้อสังเกตของทนายไป ตำรวจจึงจำเป็นที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของวิธีการที่ระเบียบกฎหมาย ไม่มีกลั่นแกล้ง ไม่มีบิดพลิ้ว ต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ และไม่มีเจตนาดึงสำนวน” รองผบช.ก. กล่าว

“ทั้งนี้ รองผบช.ก. ยังยืนยันอีกว่า ตำรวจกลัดกระดุมทุกเม็ด ตั้งแต่เม็ดแรกจนถึงเม็ดสุดท้าย แต่ทุกอย่างต้องทำด้วยความละเอียดรอบคอบ ส่วนจะนานแค่ไหนที่จะพิจารณา เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ขอสงวนไว้ก่อน แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน”

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่รู้ว่าท่านหายไปไหน ส่วนเรื่องการหลบหนี ไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นเรื่องของหมายแดง เราสามารถตามกลับมาดำเนินคดีได้ พร้อมขอเป็นกำลังใจให้ท่านโจ๊ก ขอให้ไปไหว้พระทำบุญเยอะๆ พวกเราเป็นตำรวจ บังคับใช้กฎหมายทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ได้ไปรังแกข่มเหงใคร อย่างน้อยยังเป็นพี่น้องที่เดินคลานตามกันมาจากโรงเรียนนายร้อยสามพราน ผลกรรมและการกระทำต่างๆ เชื่อว่า บาปกรรมมีจริง เพราะฉะนั้นการกระทำทุกอย่าง เป็นไปตามกฎแห่งกรรม ไม่มีการกลั่นแกล้ง เป็นการทำตามนโยบายของตำรวจสอบสวนกลาง ตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้

...