หนุ่มวัย 23 ปี โดนกระหน่ำยิง 7 นัดดับริมถนนเพชรเกษม ตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุเป็นเด็กอายุ 17 ปี อยู่ระหว่างหลบหนี คาดแรงจูงใจมาจากการทะเลาะวิวาทก่อนหน้านี้


วันที่ 30 ม.ค. 69 มีรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วานนี้ (29 ม.ค.) พ.ต.ท.วรพล อัศวงษ์ สารวัตรเวร สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต ริมถนนเพชรเกษม ช่องทางคู่ขนาน (ขาเข้า กทม.) หมู่ 2 ต.สระพัง อ.เขาย้อย จึงรายงานไปยัง พ.ต.อ.ธิป เข่งคุ้ม รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.นิยม สุ่ยวงษ์ ผกก.สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ทราบ แล้วนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสาน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลเขาย้อย และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน ร่วมสนับสนุน

จุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า PCX 150 สีเทา-ดำ ทะเบียน เพชรบุรี ล้มตะแคงอยู่ริมถนน ข้างรถพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายธนรัฐ หรือ บอส อายุ 23 ปี ถูกอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่บริเวณหน้าท้อง 6 นัด ข้อศอกด้านขวา 1 นัด นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบบุหรี่ไฟฟ้าตกอยู่ที่พื้น 1 อัน ปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 7 ปลอก และหัวกระสุนปืนอีก 2 หัว ตกอยู่

...

สอบถามผู้พบเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายธนรัฐ ผู้เสียชีวิต ขับขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ มีชายวัยรุ่นอีก 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์วิบาก สีแดง ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ตามมาด้านหลัง จากนั้นได้เรียกนายธนรัฐ ให้จอดรถ ก่อนที่ 1 ใน 2 คนจะชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงนายธนรัฐจนหล่นจากรถนอนแน่นิ่ง

จากนั้นคนก่อเหตุได้กลับรถย้อนศรหลบหนีมุ่งหน้าไปทางตัว อ.เมืองเพชรบุรี โดยพลเมืองดีและประชาชนที่อยู่ในละแวกนั้นได้รีบโทรเรียกรถพยาบาลและโทรแจ้งตำรวจ เพื่อพยายามช่วยยื้อชีวิตนายธนรัฐ อย่างสุดความสามารถ แต่นายธนรัฐ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

พ.ต.อ.นิยม สุ่ยวงษ์ ผกก.สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัว ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นคนลงมือยิงแล้ว เป็นเยาวชนชาย อายุเพียง 17 ปี โดยแรงจูงใจในการก่อเหตุมาจากคู่กรณีเคยมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันมาก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร อยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึก หลังเกิดเหตุแม่ของผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์มาแจ้งเพื่อประสานขอพาลูกชายเดินทางเข้ามอบตัวในวันที่ 30 ม.ค. 69 ซึ่งเบื้องต้นผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน และเคยมีประวัติทะเลาะวิวาทในพื้นที่จำนวนหลายครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินการกดดันทางด้านผู้ก่อเหตุที่ยังคงหลบหนีอยู่ เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.