เจ้าหน้าที่เร่งตามตัว "ชายชาวอังกฤษ" ลั่นไกยิงภรรยาคนไทย เสียชีวิตหน้าโฮมสเตย์ที่ จ.มหาสารคาม ก่อนหลบหนีไปพร้อมอาวุธปืน พบรถกระบะจอดทิ้งอยู่ขอนแก่น

วันที่ 27 มกราคม 69 เมื่อเวลา 11.30 น. ร.ต.อ.มาโนช มโนนที พนักงานสอบสวนเวรฯ สภ.ดอนหว่าน จ.มหาสารคาม  ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันเสียชีวิต ที่โฮมสเตย์แห่งหนึ่งใน ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม จากนั้นได้แจ้งหน่วยกู้ชีพ อบต.โคกก่อ กู้ชีพโรงพยาบาลมหาสารคาม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมหาสารคาม  เจ้าหน้าที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาสารคาม ให้ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ

ในที่เกิดเหตุ มีชาวบ้านพร้อมญาติพี่น้องที่ทราบข่าวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก โดยบริเวณลานหน้าบ้าน พบศพ นางสาวพัทรี อุระพนม หรือ เปีย อายุ 44 ปี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ที่บริเวณข้างศพพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า มีโอ 125 ไอ สีดำแดง ทะเบียนลพบุรี เจ้าหน้าที่นำเทปกั้นมากั้นบริเวณ ไม่ให้เข้าไปในที่เกิดเหตุ

จากนั้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยแพทย์นิติเวช  โรงพยาบาลมหาสารคาม ได้ร่วมชันสูตรพลิกศพ พบบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณขมับซ้าย ทะลุขวา พบปลอกกระสุนขนาด .38 ตกอยู่บริเวณข้างกระถางต้นไม้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 4 เมตร

โดยผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ MR.ANTTHONY JAMES CONDRON (แอนโทนี่ เจมส์ คอนดรอน) อายุ 58 ปี  สัญชาติอังกฤษ หลังจากก่อเหตุได้ขับรถปิคอัพ 4 ประตู สีขาว หลบหนีไป คาดว่าจะหนีเข้าไปในตัวอำเภอเมืองมหาสารคาม  ซึ่งอาจจะไปรับลูกสาวและลูกชายที่เรียนหนังสืออยู่ในเมือง  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ไปยังที่โรงเรียน เพื่อรักษาความปลอดภัยแล้ว ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถกระบะคันที่นายแอนโทนี่ ขับหลบหนี จอดทิ้งไว้ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น

...

นายจำลอง บุญมาพรหม อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นน้าของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุ ตนอยู่ที่โฮมสเตย์พอดี เปียเป็นหลานสาวของตน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในโฮมสเตย์  ก่อนที่นายโทนี่ จะปรี่เข้ามาต่อว่าเป็นภาษาอังกฤษ  ตนก็ได้บอกโทนี่ว่า สต็อป ๆ ใจเย็น ๆ แล้วก็ทำไม้ทำมือท่าทางให้ใจเย็น ๆ แต่เปียไม่ได้ตอบโต้ อยู่ดี ๆ โทนี่ก็เอาปืนออกมายิงเข้าที่หลานสาวของตนทันที

ซึ่งช่วงนี้เปียจะเข้าไปอยู่ที่บ้านแม่ในหมู่บ้าน  เพราะแม่ไม่สบาย แต่เมื่อโทนี่โทรศัพท์เรียก ก็จะมาหา ก่อนที่จะก่อเหตุขึ้น ปกติแล้วโทนี่เป็นคนอารมณ์ร้าย ชอบด่า แต่ก็อยู่ด้วยกันมานานกว่า 10 ปี มีลูก 2 คน คนโตเป็นผู้หญิงอยู่ ม.5  คนเล็กเป็นผู้ชาย อยู่ ป.6  แต่ไม่คิดว่าจะถึงกับลงมือฆ่ากันขนาดนี้

ด้าน พล.ต.ต.พลาเดช หนองหว้าโง๊ะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ได้รับรายงานเหตุเบื้องต้น ทราบว่าได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกัน เมื่อเวลา 11.30 น. ผู้ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติ  ก่อเหตุยิงภรรยาคนไทย สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าจะมาจากการทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว ก่อนจะใช้อาวุธปืน  ขนาด 9 มม. ยิงภรรยา ผู้ก่อเหตุชื่อนายแอนโทนี่ เจมส์ คอนดรอน ซึ่งมีการติดต่อเพื่อนที่ จ.ชลบุรี ว่าจะขอเข้ามอบตัว แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี โดยมีอาวุธปืนติดตัวไปด้วย 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ชุดสืบสวน สภ.ดอนหว่าน พร้อมกับประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4  ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ให้ติดตามอย่างใกล้ชิด โดยที่ยังไม่เข้ามอบตัวตอนนี้ เนื่องจากว่าเกรงว่าจะถูกญาติพี่น้องของฝั่งภรรยาทำร้าย  เพราะฝั่งภรรยามีญาติพี่น้องเยอะ อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า ตำรวจจะให้ความเป็นธรรม จะประสานทางตำรวจมาว่าจะมอบตัวที่ไหนก็ได้ จะได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับตัวในสถานที่ปลอดภัย

ขณะที่ นางถาวร บุญเข็ม อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นน้าของผู้เสียชีวิต เล่าว่า เปียรักโทนี่มาก ของกินจะทำให้กินตลอดทุกเวลา  พอเรียกปุ๊บ เปียจะมาปั๊บ ช่วงนี้แม่ของเปียไม่สบาย อยู่บ้านในหมู่บ้าน เปียก็จะไปดูแล วันนี้โทนี่โทรหาเปีย เปียคงออกมาหาที่โฮมสเตย์ไม่ทันใจ โทนี่โมโหเลยก่อเหตุยิงหลานสาวของตน

ทั้งยังบอกอีกว่า เมื่อช่วงสายเปียมาบอกแม่ว่า โทนี่โทรแล้ว สงสัยอยากกินข้าว จะเข้าไปดูโทนี่ที่สวน ตนอยู่ด้วย ก็เลยบอกว่า ไปเลยลูก ไปดูแลผัว เปียเลยเอาขวดน้ำมาให้ 2 ขวด เอาของกินมาตั้งไว้ให้ ก่อนที่จะกลับไปที่สวนโฮมสเตย์ 

...

จากนั้นตนก็ไปรดน้ำที่ไร่อ้อย รดน้ำได้ไม่กี่หลุม เพื่อนบ้านที่อยู่ทางโรงสีวิ่งไปบอกที่ไร่อ้อยว่า เปียถูกโทนี่ยิงตายแล้ว ตนเป็นลมอยู่ป่าอ้อยเลย โทนี่เป็นคนเอาแต่ใจ อารมณ์ร้อนมาก ติดยาด้วย ญาติพี่น้องไม่มีใครอยากเข้าใกล้ มีคนเดียวที่เข้าหาได้คือลูกสาว

อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับโทนี่ได้เร็ว ๆ ขอบารมีพ่อปู่ของหมู่บ้านให้จับให้ได้ เปียเป็นคนเก่ง เป็นคนดี คนทั้งหมู่บ้านรักเปีย เวลามีงานอะไรเปียก็ช่วยตลอด มีงานของหน่วยงานรัฐเข้ามาก็ต้องผ่านเปีย คนที่หนึ่งคือผู้ใหญ่บ้าน คนที่สองคือเปีย เปียพูดได้หลายภาษา คบกับโทนี่มา 10 กว่าปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะออกหมายจับ และแจ้งไปยัง ตม. ให้ระงับวีซ่าอย่างเร่งด่วน โดยขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นบุคคลดังกล่าว สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที หรือ แจ้ง 191