DSI บุกค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าขุดเหมืองบิตคอยน์เถื่อน พบหลักฐาน ผู้ช่วยผู้ว่าฯ กฟภ. และเจ้าหน้าที่ระดับสูง 4 ราย มีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มขบวนการ รับผลประโยชน์เป็นรายเดือน ตั้งแต่หลักแสนถึง 4 แสนบาท

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต. จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการลักลอบทำเหมืองขุดเงินดิจิทัลโดยผิดกฎหมาย และพัวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับ

พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.68 ได้มีการเปิดปฏิบัติการ “Operation Copperhead” โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และขยายผลไปถึงเครือข่ายทั้งหมด รวมถึงผู้มีอิทธิพลและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิด ต่อมา วันที่ 19 ม.ค. ดีเอสไอ ขยายผลภายใต้ปฏิบัติการ “Clean House” ตรวจค้นเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจำนวน 3,642 เครื่อง พบพยานหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงถึงกลุ่มนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐ จนนำไปสู่การขอศาลออกหมายค้น 7 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรสาคร

ด้าน พล.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า สำหรับผลการตรวจค้น วันที่ 19 ม.ค. พบหลักฐานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า 4 ราย ซึ่งยังมีตำแหน่ง 3 ราย ระดับบริหารและปฏิบัติการ (ผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ รองผู้จัดการเขตระดับพื้นที่) ส่วนอีก 1 ราย เกษียณราชการ 2568 มีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้แก่ขบวนการเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ทั้งการจัดหาโกดัง อำนวยความสะดวกด้านไฟฟ้าและหม้อแปลง ตรวจสอบโหลดไฟ รวมถึงรับผลประโยชน์เป็นรายเดือนตั้งแต่หลักแสนถึงประมาณ 4 แสนบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา และสมุดบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน และการทุจริตการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มนายทุนและเครือข่ายจีนเทา รวมถึง บุคคลที่ต้องสงสัยว่าพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยตรวจยึดพยานหลักฐานจำนวนมาก เช่น โทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด และเอกสารทางคดีจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการร่วมมือกันเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบ

...




ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ม.ค. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าฯ จำนวน 3 จุด ใน จ.นครปฐม และ จ.ชลบุรี ผลจากการตรวจค้นพบเงินสดและหลักฐานการนำเงินฝากเข้าธนาคาร รวมมูลค่ากว่า 15,770,000 บาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม โดยพบว่ารายได้ที่ตรวจสอบไม่สอดคล้องกับทรัพย์สินที่ครอบครอง ซึ่งเข้าข่ายการร่ำรวยผิดปกติ
นอกจากนี้ พบหลักฐานหลักเป็นเส้นทางการเงิน ตั้งแต่ปี 2567 กรณียืนยันว่า จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกรายอย่างเสมอภาค ไม่ละเว้นแม้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ พร้อมเร่งรัดสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหากตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นใดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

ขณะที่ นายมงคล กล่าวเสริมว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกับดีเอสไอ ร่วมตรวจสอบผู้ลักลอบใช้ไฟฟ้าลักลอบขุดเหมืองบิตคอยน์ผิดกฎหมาย ทำให้การไฟฟ้าได้รับความเสียหายหลาย 1,000 ล้านบาท ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้สั่งให้พักราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนทางวินัย