ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เผยตำรวจยื่นศาลทหาร มทบ.24 ขออนุมัติออกหมายจับแล้ว ปม “ทหารกร่าง” กำลังพลของกองทัพบก ใช้อาวุธปืนบุกยิงพี่เขย “อูมปันสุข” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ขณะที่ผู้บังคับบัญชา ทำเรื่องปลดออกจากราชการ เพราะขาดราชการ ยันใช้ยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อูม ปันสุข อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้โพสต์คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน มีทหารขับรถเก๋งมาจอดหน้าบ้าน แล้วด่าทอพี่เขยที่ขับรถตู้มาจอดหน้าบ้านพอดี ก่อนพี่เขยจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน แต่ทหารคนดังกล่าวได้ชักปืนออกมายิงพี่เขย แต่โชคดีที่กระสุนพลาดไปโดนรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีดำ ที่จอดอยู่หน้าบ้าน กระจกหลังแตกได้รับความเสียหาย ก่อนจะหลบหนีไป โดยมีผู้เข้าชมจำนวนมาก เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในซอยเสนีย์พิทักษ์ชน 5 ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี เวลา 16.24 น. วันที่ 25 มกราคม 2569 หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมพนักงานสอบสวน นำกำลังตำรวจออกไปตรวจที่เกิดเหตุ พบกระจกหลังรถมีร่องรอยถูกยิง ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 ปลอก
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เช้าวันที่ 26 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเกิดเหตุ พบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ปิดล็อกประตูรั้ว ไม่พบ นายแจ็ค และ น.ส.เป้า สามีภรรยาเจ้าของบ้าน พบแต่รถปิกอัพ และรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน 9126 อุดรธานี จอดอยู่ภายในบ้าน มีร่องรอยโดนยิงกระจกหลังแตก ทราบจากเพื่อนบ้านว่า เจ้าของบ้านพาครอบครัวหลบไปอยู่ที่อื่น เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย กลัวว่าทหารจะกลับมาก่อเหตุอีก
ร.ต.ท.ทรงเกียรติ บุญโณรัตน์ อายุ 72 ปี อดีต ตชด.ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี เพื่อนบ้าน ซึ่งมีบ้านอยู่ตรงกันข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุ เล่าเหตุการณ์ ให้ฟังว่า นายแจ็คและน.ส.เป้า สองสามีภรรยาเป็นเพื่อนบ้านที่ดี สามีขับรถตู้ ส่วนภรรยาธุรกิจเกี่ยวกับเสริมความงาม แฟนสาวของทหารบกเป็นพนักงานร้านเสริมความงาม ส่วนสาเหตุที่ทหารมาบุกมาข่มขู่เพราะระแวงว่าแฟนสาวจะมาอยู่บ้านนี้ หาว่ามาชอบนายแจ็ค ทั้งที่ทหารแยกทางกับแฟนสาวไปนานแล้ว เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ทหารปีนรั้วถือปืนบุกเข้ามาข่มขู่ในบ้าน เจ้าของบ้านต้องไปแจ้งความ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้เรียกนายทหารและแฟนสาวเข้าไปพบหลายครั้ง
...
ร.ต.ท.ทรงเกียรติ เล่าต่อว่า แต่ทหารนายดังกล่าว ก็ยังมาข่มขู่อีก ซึ่งเมื่อวานนี้ตนยืนอยู่หน้าบ้าน เห็นนายแจ็คขับรถตู้มาจอดหน้าบ้าน และทหารนายดังกล่าวก็ขับรถเก๋งมาจอดประจันหน้ากันพอดี จากนั้นก็ถือปืนออกมายืนด่านายแจ็ค เอะอะโวยวาย ซึ่งนายแจ็คก็ไม่ตอบโต้ ไม่นานทหารก็ยิงปืนใส่นายแจ็ค 1 นัด โชคดีกระสุนไปโดนกระจกหลังรถเก๋ง ก่อนจะขับรถหนีไป ซึ่งไม่นานตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ก็มาตรวจที่เกิดเหตุ ก็พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกอยู่ที่พื้น 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และตนเป็นพยานปากเอกเพราะเห็นเหตุการณ์ด้วยสองตาตลอด ตนไม่กลัว
“นายแจ็คจะเล่าให้ฟังตลอดว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวง คิดไปเองว่าแฟนสาวมาชอบนายแจ็ค แล้วมาหลบอยู่ที่บ้านนี้ ทหารบุกมาที่บ้านนี้หลายครั้ง ถือปืนมาข่มขู่ 2 ครั้ง แฟนสาวเขาหนีไปก็ไม่เคยเห็นมาอยู่ที่นี่ ส่วนตัวคิดว่าทหารบกนายนี้ ไม่ปกติแน่นอน ถ้าไม่เมาก็มีอาการทางประสาท ตั้งใจยิงใส่คน การกระทำผิดสำเร็จแล้ว ต้องแจ้งข้อหาพยายามฆ่า มีหลักฐานชัดเจนเป็นกล้องวงจรปิด ทหารกำลังทำความดีรบป้องกันชาติ ประชาชนกำลังรักทหาร แต่ทหารนายนี้เป็นแกะดำ ทำให้ทหารเสียหาย”
ส่วน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ความคืบหน้าทางคดี แบ่งเป็น 2 คดี คือ คดีเก่าเดือนมิถุนายน และคดีที่เพิ่งเกิดเมื่อวานนี้ อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนกำลังขอหมายจับ จากศาลทหาร มทบ.24 คดีแรก เป็นข้อหา “บุกรุกเคหสถาน” ส่วนคดีล่าสุดเป็นข้อหา “พยายามฆ่า” ผู้ซึ่งผู้เสียหายแจ้งความทั้งสองครั้ง ซึ่งคดีแรกพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไป 2 ครั้ง แต่ผู้ก่อเหตุไม่มาพบ ผู้บังคับบัญชาติดตามมาสอบถาม พบว่าพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง มีความเครียดในภาระหนี้สิน เป็นการก่อหนี้ตั้งแต่อยู่กับภรรยา ก็เลยมีความเครียดในเรื่องนี้
“ส่วนเหตุเมื่อวานนี้ เกิดจากการที่ผู้บังคับบัญชาเรียกมาพูดคุยในคดีเก่า เพราะผู้เสียหายปรึกษาน้องสาวจะมาพูดคุยไกล่เกลี่ยให้ แต่กลัวในเรื่องความปลอดภัย มีการนัดไปไกล่เกลี่ยที่ผู้บังคับบัญชานัดไป แต่พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง จึงตัดสินใจดำเนินคดี ผู้ก่อเหตุมองว่าถูกกดดัน น่าจะเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่มาก่อเหตุเมื่อวานนี้ ส่วนกับภรรยา ทราบจากผู้บังคับบัญชาว่า ผู้ก่อเหตุกับภรรยาแยกทางออกจากบ้านไป เนื่องจากว่ามีพฤติกรรมถูกทำร้าย ผู้ก่อเหตุทำร้ายประจำ เพราะทะเลาะมีปากเสียงกัน จึงมีการทำร้าย และแยกทางกัน มีประเด็นหึงหวง จากการคิดไปเองของผู้ก่อเหตุว่ามีเรื่องชู้สาว”
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ เปิดเผยต่อว่า ผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ครั้งแรกผู้เสียหายทั้งสามีภรรยา ไปรับแฟนผู้ก่อเหตุเพื่อมาเสริมความงาม เพราะแฟนผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานร้านเสริมความงาม ทำให้ผู้ก่อเหตุเข้าใจว่าผู้เสียหายผู้ชายมีเรื่องชู้สาวกับแฟนตัวเอง ทั้งที่ไม่มีอะไรกัน และทราบจากญาติผู้ก่อเหตุกินยาทางประสาท ซึ่งปัจจุบันทราบว่าผู้บังคับบัญชาทำเรื่องปลดออกจากราชการ เพราะขาดราชการ ส่วนเรื่องมีกระแสว่าผู้ก่อเหตุจะมามอบตัว เพราะว่าผู้ก่อเหตุรู้จักกับตำรวจชุดสืบสวน มีการโทรติดต่อมา และผู้ก่อเหตุมีอาวุธ เราพยายามใช้ยุทธวิธีให้จากเบาไปหาหนัก ให้สูญเสียน้อยที่สุด แต่ระหว่างการเดินทางมามอบตัว ถ้าหมายจับออกแล้ว ก็จะแสดงหมายจับ ซึ่งผู้ก่อเหตุยังอยู่ในพื้นที่ และผู้ก่อเหตุติดตามสื่อโซเชียล อาจจะมีผลตามอารมณ์ ขอเวลาในการทำให้เสร็จภายในวันนี้ ซึ่งได้ประสานงานกับผู้บังคับบัญชาและญาติผู้ก่อเหตุตลอด โดยพยายามติดต่อให้เข้ามามอบตัว
...