สืบ ตม.3 ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด บุกทลายรังแก๊งโรแมนซ์สแกม กลางเมืองทองธานี รวบ 13 ชาวต่างชาติ พบทำเป็นขบวนการ แชตหลอกผู้เสียหายเป็นหญิงสาวชาวไทย โอนเงินไปยังบัญชีม้า 4 ครั้ง รวมความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผล

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ. 1, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.อดิเรก ทองแก้มแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 , พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ และ พ.ต.ต.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3

ร่วมกันสนธิกำลังชุดสืบสวน ตม.3 และตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ปูพรมเข้าปิดล้อมตรวจค้น 11 จุด ภายในห้องพักอาคาร คอนโดแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เข้าจับกุม MR.CHIMOABO OKAFOR อายุ 37 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย กับพวกอีก 12 คน พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 29 เครื่อง ขบวนการโรแมนซ์สแกมหลอกหญิงไทยให้ใช้บัญชีธนาคารรองรับการโอนเงินผิดกฎหมาย

...




สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2568 มีผู้เสียหาย เป็นหญิงสาวชาวไทยรายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เนื่องจากถูกกลุ่มคนร้าย หลอกลวงโดยใช้บัญชีเฟซบุ๊กและไลน์ระบุชื่อ “Bingwen Fu” โดยใช้รูปโปรไฟล์อ้างเป็นวิศวกรชาวจีน ติดต่อพูดคุยตีสนิทเรื่อยมา ในฐานะคนรักใคร่ชอบพอกัน โดยมีการส่งภาพการทำงานให้ดูเป็นประจำ ก่อนที่ในช่วงต้นปี 2569 คนร้ายจะเริ่มใช้แผนประทุษกรรม

โดยอ้างว่าตนทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถเบิกเงินได้ ต้องการให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ไปก่อนเพื่อเป็นค่าเบิกเงิน แล้วจะโอนคืนให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปยังบัญชีซึ่งเป็นบัญชีม้า 4 ครั้ง รวมความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลเส้นทางการเงิน สามารถแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าของบัญชีดังกล่าวได้

ต่อมาชุดสืบสวน ตม.3 ทำการสืบสวนจนทราบว่า MR.CHIMOABO OKAFOR เป็นตัวการสำคัญในระดับผู้บงการใหญ่ ตั้งแก๊งร่วมกับชาวต่างชาติผิวสีแก๊ง มีการแบ่งหน้าที่กันทำ มีทั้งคนใช้อุบายหลอกเหยื่อ คนกดเงิน คนหาบัญชี โดยใช้การติดต่อเครือข่ายอาชญากรรมผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม และมีฐานปฏิบัติการกระจายตัวอยู่ตามอาคารหลายหลังของคอนโดดังกล่าว ในพื้นที่ของ จ.นนทบุรี ก่อนนำกำลังเจ้าเข้าจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดผิวสีในขบวนการนี้รวม 13 คน แยกเป็นชาวไนจีเรีย 11 ราย และชาวโกตวิวัวร์ (ไอโวรี่โคสต์) 2 ราย

เบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด 8 ราย โดยมีชาวไนจีเรีย 5 ราย ที่ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าออก สอบปากคำทราบว่าหลบหนีเข้ามาทางชายแดนประเทศลาว

จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดพบข้อมูลของผู้กระทำผิดหลายรายมีความเชื่อมโยงกันแบ่งหน้าที่กันทำ นอกจากนี้ยังพบแชตข้อความ ในลักษณะโรแมนซ์สแกม ปลอมอัตลักษณ์เป็นชาวต่างชาติทั้งยุโรป และเอเชีย ที่หน้าตาดี ดูมีฐานะพูดคุยตีสนิทหญิงชาวไทยและต่างชาติ เพื่อหลอกล่อให้โอนเงินมา




โดยมีลักษณะการทำงานเป็นทีม แบ่งบทบาทการทำ สอดรับกันอย่างเป็นมืออาชีพ และพบความเชื่อมโยงกับคดีของ สภ.เมืองหนองคาย ซึ่งหลอกให้หญิงชาวไทยโอนเงินเสียหายนับล้านบาท นอกจากนี้ ผู้ต้องหาบางส่วนมีการอยู่กินกับสาวชาวไทย แล้วหลอกใช้บัญชีธนาคารรองรับการโอนเงินที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งให้ไปกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม โดยหลอกว่าเป็นเงินที่เพื่อนของตนส่งมาให้ เพื่อไม่ให้ปรากฏหลักฐานว่าไปเกี่ยวข้องกับคดี โดยเมื่อรับเงินสดที่ไทยแล้ว จะใช้คริปโตส่งเงินกลับไนจีเรีย โดยหักหัวคิวค่าดำเนินการ

โดยตำรวจเตรียมขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นในขบวนการ รวมทั้งจะส่งเครื่องมือสื่อสารต่างๆที่ตรวจยึดให้ทาง บช.สอท. ทำการตรวจสอบเพื่อหาพยานหลักฐานอย่างละเอียด ในการติดตามจับกุมให้ได้ทั้งขบวนการต่อไป

...