ครอบครัวรับศพ “นุ้ย” กลับไปบำเพ็ญกุศลแล้ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่แฟนหนุ่มเปิดใจวินาทีบีบหัวใจ เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านการวิดีโอคอล พยายามเรียกชื่อแฟนให้ตื่น แต่ไม่ทัน เห็นคนร้ายปีนเคาน์เตอร์เข้าไปต่อหน้าต่อตา ก่อนสายจะถูกตัดไป
จากกรณีพนักงานหญิงโรงแรม ถูกชายคนหนึ่งปีนข้ามเคาน์เตอร์ เข้ามาทำร้ายขณะฟุบหลับ เนื่องจากไม่สบาย เหตุเกิดภายในโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเวลาประมาณ 03.15 น. ของวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนตำรวจชุดสืบสวน ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในโรงแรม พบว่ามีชายลักษณะสูง 160 - 180 เซนติเมตร ผิวดำ สวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ กางเกงสีขาว รองเท้าสีส้ม เดินเข้ามาวนดูผู้ตายหลายรอบบริเวณเคาน์เตอร์ก่อนเกิดเหตุ และเมื่อเห็นว่าพนักงานหญิงหลับสนิท จึงปีนข้ามเคาน์เตอร์และใช้ท่อนเหล็กทุบตีที่บริเวณศีรษะหลายครั้ง จากนั้นได้นำโทรศัพท์ 2 เครื่องและกระเป๋าสีดำของพนักงานดังกล่าวหลบหนีไปด้วย ทราบชื่อต่อมาคือ นายรัฐติกร ยิ่งยอด อายุ 36 ปี กระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า ที่สำนักสงฆ์เขามหากัสสปะ ครอบครัวและญาติได้เคลื่อนร่าง นางสาววิรินทร์ หรือ “นุ้ย” อายุ 35 ปี พนักงานต้อนรับสาว มาประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีทั้งกลุ่มญาติและเพื่อนร่วมงานเดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก หลายคนยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
...
นายคมกริช อายุ 42 ปี แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต เผยว่า ปกติแฟนสาวจะเข้ากะดึกตั้งแต่ 1 ทุ่ม ถึง 7 โมงเช้า ซึ่งเขาและ “นุ้ย” จะวิดีโอคอลทางโทรศัพท์คุยกันค้างไว้ตลอด เพื่อให้รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้กัน แม้เวลาหลับ
ในคืนเกิดเหตุ เขาเห็นเหตุการณ์ผ่านการวิดีโอคอล และได้เห็นวินาทีที่ผู้ก่อเหตุ ปีนเคาน์เตอร์ขึ้นมาหาแฟนสาว ตอนนั้นรู้ทันทีว่าไม่ปลอดภัยแน่ พยายามตะโกนเรียกชื่อแฟนผ่านมือถือเพื่อให้ตื่น แต่เรียกได้เพียงคำเดียว สายก็ถูกตัดไป หลังจากนั้นพยายามโทรกลับไปอีกหลายครั้ง จนเวลาประมาณ 03.10 น. มีคนรับสาย แต่เงียบไม่พูด นาน 7 วินาที แล้วก็วางไป รู้สึกใจคอไม่ดี จึงรีบขี่รถจักรยานยนต์ไปที่โรงแรมทันที แต่ก็ไม่ทัน
นายคมกริช ยังบอกอีกว่า หลังจากจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ได้เข้าไปดูหน้าคนก่อเหตุ ไม่ได้ถามอะไร เพราะพูดอะไรไม่ออก และอีกฝ่ายก็ดูไม่สำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม เขาเลือกที่จะอภัยให้ เพราะเชื่อว่าแฟนสาวที่ล่วงลับไปแล้วก็คงอภัยให้เช่นกัน เพราะต่อให้โกรธแค้นไปก็ไม่สามารถฟื้นชีวิตคนรักกลับมาได้
ขณะที่ นางสาวมะปราง เพื่อนร่วมงานของผู้ตาย เล่าว่า ตามจริงแล้ว คืนเกิดเหตุเป็นกะของเธอ แต่เนื่องจากเธอป่วยจึงขอลาพัก ผู้เสียชีวิต จึงอาสามาเข้ากะแทนตามระบบสลับเวรกัน ไม่คิดเลยว่าการมาทำงานแทนจะทำให้พี่เขาต้องมาจบชีวิตลง