กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงบังคับใช้กฎหมาย จากเบาไปหาหนัก วิสามัญผู้ก่อความไม่สงบหลังยิงใส่เจ้าหน้าที่ ดับคาบ้านเช่าที่ยะลา พบมีหมายจับติดตัว คาดเอี่ยววางระเบิดปั๊ม
วันที่ 20 ม.ค. 2569 พันเอกยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.20 น. หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่ามีกลุ่มบุคคลผู้ต้องสงสัยเข้ามาพักพิงในเขตบ้านเปาะยานิ
หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา ได้สนธิกำลังร่วมกับกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยเฉพาะกิจยะลา กองกำลังตำรวจจังหวัดยะลา งานสืบสวนคดีความมั่นคงและคดีพิเศษ เข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว และใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักตามหลักสิทธิมนุษยชน มีการเชิญผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นร่วมเจรจาเพื่อให้บุคคลภายในบ้านออกมาแสดงตน แต่เมื่อเวลา 03.50 น. ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี จนเกิดการปะทะกันขึ้น
ล่าสุด จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยืนยันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายนัสรูเลาะห์ สะมะ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) จำนวน 3 หมาย
- หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 285/2562 (ลงวันที่ 11 พ.ย. 2562) : ข้อหาให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย
- หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 177/2564 : ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ เพื่อนำไปประกอบระเบิดแสวงเครื่อง จอดหลังแฟลต สภ.รามัน เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2564
- หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 326/2568 (ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2568) : ออกโดยศาลจังหวัดยะลา จากเหตุการณ์แขวนป้ายผ้าสร้างสถานการณ์ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2566
...
นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิตยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่วางระเบิดสถานีบริการน้ำมันตามเบาะแสของเจ้าหน้าที่ รวมถึงยังร่วมก่อเหตุลอบยิงระยะไกล เจ้าหน้าที่ตำรวจ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 23 ธ.ค. 68 และยิงใส่ฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่กองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เมื่อ 28 ธ.ค. 68 อีกด้วย
พันเอก ยุทธนาม กล่าวเพิ่มเติมว่า พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ โดยมุ่งเน้นการเจรจาตามหลักสิทธิมนุษยชนจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อหลบหนี จึงจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเรียนให้ทราบว่า ตลอดเวลาที่บังคับใช้กฎหมายไม่ว่าจะเป็นครั้งนี้หรือครั้งใดก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ดำเนินการตามมาตรการจากเบาไปหาหนัก มีการเจรจาให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามามอบตัว เพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการปฏิบัติทุกขั้นตอนเป็นไปตามอำนาจกฎหมายด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนที่ต้องการนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง และเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 โทร. 061-1732999 สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้าน
พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่า ผู้ให้การสนับสนุนแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการนำพา ซ่อนเร้น ให้ที่พักพิง หรือการจัดหาเสบียงอาหาร ถือเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ