“นายกฯ อนุทิน” นำแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา จับเกือบ 9 หมื่นคดี ยึดยาบ้า 330 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 11 ตัน และ เฮโรอีนรวมกว่า 200 กิโลกรัม
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการสรุปผลการปฏิบัติการเชิงรุกในห้วงเดือนต.ค.68 ถึงม.ค.69 ซึ่งสามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ 15 คดี โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สกัดกั้นทั้งต้นทางและปลายทางรวม 10 คดีสำคัญ คดีที่น่าสนใจคือ การจับกุมบอสไต้หวันหรือ นายเฉียง หมิงเฟิง ผู้สั่งการระดับมันสมองของขบวนการข้ามชาติ ถูกจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมย่านอโศก พร้อมของกลางเฮโรอีนเหลวที่เตรียมพรางเป็นโลชั่น และพรมที่ดัดแปลงช่องลับเพื่อซุกซ่อนยาเสพติดเตรียมส่งออก
...
นอกจากนี้ยังมีการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ ได้แก่ การสกัดจับรถบรรทุกที่ จ.ราชบุรี ยึดยาบ้าได้ 7.4 ล้านเม็ด และเฮโรอีน 112 กิโลกรัม การทลายเครือข่ายนักบินปราจีนบุรี ยึดไอซ์เกือบ 500 กิโลกรัม และการสกัดจับเครือข่ายรถนำ-รถตาม ขนยาบ้า 1 ล้านเม็ดลงสู่ภาคใต้ รวมถึงการปราบปรามเครือข่ายในภาคอีสานและภาคเหนือที่พยายามลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในอีกหลายคดี
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) มีผลงาน 3 คดีหลัก โดยเฉพาะปฏิบัติการพิทักษ์ริมน้ำโขง ที่ จ.นครพนม สามารถยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 480 กิโลกรัม ขณะลำเลียงข้ามมาจาก สปป.ลาว นอกจากนี้ยังมีการจับกุมเครือข่ายที่พยายามตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการซุกซ่อนยาบ้ากว่า 6.4 แสนเม็ดในกระป๋องอาหาร ส่งจากภาคเหนือลงใต้ และการสกัดจับไอซ์ 316 กิโลกรัม ที่ตลาดบายพาส จ.สกลนคร
กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สกัดจับด่านตรวจ จ.ชุมพร โดยสังเกตพิรุธรถเก๋งต้องสงสัย จนพบการซุกซ่อนยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด ที่มีการพันเทปกาวและเคลือบเทียนไขเพื่ออำพรางกลิ่น ซุกซ่อนมาในช่องเก็บยางอะไหล่และเบาะที่นั่ง เตรียมส่งลงภาคใต้
จากการระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่องในห้วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดได้จำนวนมาก แบ่งเป็น ยาบ้ารวมกว่า 330 ล้านเม็ด ไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 11 ตัน และ เฮโรอีนรวมกว่า 200 กิโลกรัม (รวมเฮโรอีนเหลว) นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมตัวการสำคัญ ผู้ลำเลียง และเครือข่ายสนับสนุนได้จำนวนมาก พร้อมทั้งตรวจยึดรถยนต์ อาวุธปืน และทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดอีกหลายรายการ จับคดียาเสพติด 89,076 คดี ได้ผู้ต้องหา 88,421 คน ยาบ้า 330 ล้านเม็ด ไอซ์ 11 ตัน เคตามีน 1.9 ตัน เฮโรอีน 269 กิโลกรัม ยาอี 2 แสนเม็ด ยึดทรัพย์รวมมูลค่า 3.3 พันล้านบาท
นายอนุทิน กล่าวว่า ผลการจับกุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของการข่าวและการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงาน รัฐบาลยืนยันเจตนารมณ์ที่จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และจะมุ่งเน้นมาตรการยึดทรัพย์เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงและทำลายโครงสร้างเครือข่ายยาเสพติดให้สิ้นซาก เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ นายกฯ ได้อนุมัติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดซื้อรถเอกซเรย์ จำนวน 3 คัน เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่ารัฐบาลยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้กระบวนการการค้าการขนส่งยาเสพติดเกิดอุปสรรคให้มากที่สุด เพราะต้องยอมรับว่า ผู้ค้า-ผู้ขนส่งมีการพัฒนาการหลบซ่อนยาเสพติดไปหลากหลายรูปแบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่น ในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลลัพธ์จากการบูรณาการระหว่างตำรวจไทย หน่วยงานด้านยาเสพติดระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขจัดภัยยาเสพติดแบบขุดรากถอนโคน เพื่อร่วมกันปกป้องสังคมไทยจากภัยร้ายของยาเสพติดอย่างยั่งยืน ถือเป็นภาพสะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล
...