ตร.ภาค 6 บุกจับคาเคาน์เตอร์ธนาคาร กลางเมืองแม่สอด สาวไทยรับจ้างเปิดบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะกำลังทำธุรกรรมเบิกถอนเงินสดเกือบ 1 ล้าน เผยผู้เสียหายเป็นครูข้าราชการบำนาญ ถูกคนร้ายหลอกโอนเงิน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องประชุมกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตาก พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รองผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ไพศาล นันตา ผบก.ภ.จว.ตาก และ พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6

ได้แถลงต่อสื่อมวลชนกรณี เจ้าพนักงานตำรวจประจำศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 6, กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6, กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก และสถานีตำรวจภูธรแม่สอด ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดการหลอกลวงทรัพย์รูปแบบ “คอลเซ็นเตอร์” จำนวน 2 ราย คือ นางสาวจิราพัชร นันทกิจจรูญชัย อายุ 37 ปี สัญชาติไทย กับ นางสุดารัตน์ เผือกมี อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ทั้ง 2 คน มีหมายจับของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569

...




โดยมีความผิดในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน” และได้ตรวจยึดทรัพย์หรือสิ่งของที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เป็นเงินสด รวมจำนวน 945,000 บาท กับ สมุดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง เลขบัญชีธนาคาร 664891XXXX


สืบเนื่องจาก สถานีตำรวจภูธรแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ รับแจ้งความจาก นางปราณี มารังรัมย์ เป็นครูข้าราชการบำนาญ (ผู้เสียหาย) ว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ถูกคนร้ายหลอกลวง อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดบุรีรัมย์ หลอกลวงให้โอนเงินไปยังกลุ่มคนร้าย โดยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินสวัสดิการจากรัฐ หากดำเนินการทางธุรกรรมออนไลน์กับกลุ่มคนร้ายโดยติดต่อผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์ชื่อว่า “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์” จนผู้เสียหายสับสนและหลงเชื่อ ทำการโอนเงินจำนวน 5 แสนบาท ไปยังบัญชีธนาคารกรุงเทพ เลขบัญชี 098433XXX ในชื่อของ “นางสาวสุพิชยา ชารัมย์” เป็นนางนกต่อบัญชีม้า ซึ่งต่อมา ธนาคารดังกล่าว ได้ตรวจพบความผิดปกติในการโอนเงินดังกล่าวจึงติดต่อสอบสวนผู้เสียหาย ทำให้ทราบว่าถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาเงินไป


ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 11.41 น. ศูนย์ War Room ได้ติดตามเส้นทางกระแสการเงินของการกระทำผิดดังกล่าว ตรวจสอบพบว่า หลังเกิดเหตุ เงินที่ถูกหลอกได้ถูกโอนต่อไปยังบัญชีธนาคาร 664891XXXX ชื่อบัญชี “นางสุดารัตน์ เผือกมี” โดยทันที และเวลาดังกล่าวพบว่า มีการเบิกถอนเงินสดจากบัญชี “นางสุดารัตน์ เผือกมี” จำนวน 945,000 บาท ผ่านช่องทางเบิกถอนหน้าเคาน์เตอร์เซอร์วิสของธนาคารดังกล่าวในพื้นที่ อ.แม่สอด

เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่กำลังดำเนินการนำเงินออกจากบัญชีเพื่อเตรียมเก็บ ซุกซ่อน โอน ยักย้าย หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดดังกล่าว จึงประสานมายังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก และสถานีตำรวจภูธรแม่สอด เร่งรัดเข้าตรวจสอบการดำเนินธุรกรรมการเงินดังกล่าว




เจ้าพนักงานตำรวจได้ไปถึงสถานที่ดังกล่าว ตรวจสอบพบผู้ต้องหาทั้งสองคนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง จึงแสดงตัวและแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นให้ได้ทราบ ตรวจสอบพบเงินสดและสิ่งของดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาทั้งสองคน

โดย นางสุดารัตน์ฯ ยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจาก น.ส.จิราพัชรฯ เพื่อขอใช้บัญชีธนาคารของตนเองรับเงินโอนจากที่อื่นและให้เบิกถอนเงินสดจากธนาคารฯ เป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท เงินสด 945,000 บาท และยังเหลืออยู่ในบัญชีฯ ที่คงค้างเบิกถอนอีก 55,000 บาท โดยได้รับค่าตอบแทนการว่าจ้างเป็นเงิน 1,500 บาท เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจยึดเงินและอายัดบัญชีดังกล่าวไว้แล้วรีบรายงานติดต่อไปยังสถานีตำรวจภูธรแคนดงทราบผ่านศูนย์ฯ

...




ต่อมา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแคนดง ได้ยื่นคำร้องขอศาลจังหวัดบุรีรัมย์ออกหมายจับตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน โดยศาลอนุมัติตามรายละเอียดที่กล่าวมา เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าจับและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนส่ง พ.ต.ต.บุญเลิศ ทิพย์ศรีบุตร สารวัตรสอบสวน ดำเนินการตามกฎหมาย

...