กู้ภัยฯ นำร่าง “ครูเล็ก” ซึ่งถูกหลานฆ่า ทิ้งบ่อร้าง ลึก 20 เมตร เทหินคลุกทับได้สำเร็จ สภาพเน่าเปื่อย นำส่งชันสูตร ก่อนตั้งบำเพ็ญกุศลพร้อม “ครูแหม่ม” พี่สาว ตร. ไม่ปักใจเชื่อลงมือคนเดียว

หลังจากทีมกู้ภัยร่วมกตัญญูยุติการค้นหาร่าง น.ส.จิราภรณ์ หรือครูเล็ก พวงมาลัย อายุ 61 ปี ที่ถูกหลานชายฆ่าตายพร้อมกับ น.ส.พนมพร พวงมาลัย อายุ 64 ปี พี่สาว โยนศพทิ้งลงบ่อบาดาล เมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 16 ม.ค. เนื่องจากมีความอ่อนล้า และมืดค่ำ ซึ่งกู้ภัยฯ ได้กลิ่นเหม็น ทำให้มีความหวังที่จะเจอแน่ จนเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ทีมกู้ภัยฯ เสริมกำลังลงพื้นที่ ไม่ละความพยายามวางแผน ประเมินสถานการณ์ ลุยค้นหาร่างครูเล็กอย่างต่อเนื่องท่ามกลางกลุ่มเพื่อนครูกว่า 10 คน เดินทางมาให้กำลังใจทีมค้นหา

โดยตั้งแต่ช่วงสายวานนี้ ทีมกู้ภัยรายแรกได้โรยตัวลงบ่อบาดาลลึก 18 เมตร เพื่อทยอยขนหินคลุก ใส่กระป๋องแล้วใช้รอกดึงออกจากบ่อ ด้วยความยากลำบาก โดยมีหัวหน้าหน่วยได้จุดธูป พร้อมอาหารหวานคาว บอกเจ้าที่เจ้าทาง เรียกวิญญาณของครูแหม่มขอให้เจอร่างครูเล็กโดยเร็ว ผ่านไปประมาณ 30 นาที ปรากฏว่ากู้ภัยฯ ควานพบข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง โผล่ขึ้นมา ท่ามกลางความดีใจจากเพื่อนครู ที่อย่างน้อยก็ได้พบร่างแน่แล้ว จากนั้นกู้ภัยฯ ได้สลับสับเปลี่ยนกันลงไปเพื่อไม่ให้อ่อนล้าและขาดอากาศ ซึ่งยังพบว่า ท่อนขา ลำตัวจนถึงศีรษะยังติดหนึบ ลึกลงไปอีกกว่า 2 เมตร จึงได้ทำการวางแผนกันใหม่

...


จากนั้นเวลา 15.00 น. ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจชำนาญการ ได้ลงโรยตัวตรวจสอบเพื่อความแน่ชัดและนำมาประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ไม่เพียงพบหิน ยังพบว่ามีชิ้นส่วนของแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดสีดำจำนวนมากทับร่างครูเล็กอยู่ คาดว่าน่าจะนำมาใช้ในการห่อหุ้มศพ ก่อนทิ้งลงบ่อ กู้ภัยฯ ซึ่งต้องทยอยตักหิน และต้องนำแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดที่กีดขวางขึ้นมา ท่ามกลางความเสี่ยงของทีมชุดปฏิบัติการค้นหาเนื่องจากอากาศก้นบ่อน้อยนิด ซึ่งขณะนี้การค้นหาร่างอยู่ที่ 20 เมตรเศษแล้ว อีกทั้งก้นบ่อยังแคบมาก คาดว่าศีรษะครูเล็กคงทิ่มอยู่ก้นบ่อ อย่างไรก็ตามชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจชำนาญการ ก็ไม่ละความพยายาม เร่งดำเนินการเพื่อให้นำร่างครูเล็กขึ้นมาให้ได้ก่อนมืดค่ำซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญเช่นกัน

ล่าสุดเมื่อเวลา 22.00 น. การค้นหาได้ยุติลงเมื่อทีมกู้ภัยฯ สามารถนำร่างครูเล็กขึ้นมาจากบ่อได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งพบว่าสภาพศพเน่าเปื่อย เนื้อหลุดลุ่ย แต่สามารถนำทุกชิ้นส่วนร่างกายขึ้นมาครบ โดยมีพนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นจะได้นำร่างครูไปฝากไว้ที่ รพ.พัฒนานิคม ซึ่งจะได้ส่งสถาบันนิติเวชพร้อมกันกับครูพนมพร (ครูแหม่ม) พี่สาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากไว้ที่ รพ.พัฒนานิคมตั้งแต่วันพบร่าง


ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า แนวทางการสืบสวนกระชับเข้ามา ที่ถือว่าเป็นเบาะแสสำคัญคือ การหารถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกหินคลุกคลุมผ้าใบ ที่วิ่งผ่านเข้ามาในเส้นทางเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน สอดคล้องกับคำให้การที่ผู้ต้องหาให้ปากคำไว้เบื้องต้นว่าลงมือฆ่าป้า และน้า ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. และวันที่ 5 ได้ว่าจ้างรถบรรทุกหินคลุกจำนวน 5 คิว (คิวละ 1,650 กิโลกรัม) มาเทเพื่อกลบบ่ออำพรางคดี แต่จำไม่ได้ว่าได้ไปสั่งจากที่ใด ซึ่งเบาะแสนี้หากพบรถบรรทุกและคนขับรถบรรทุกหิน จะพบถึงเบาะแสสำคัญ ว่าในวันที่นำหินมาเทลงบ่อบาดาล ผู้ต้องหามากับใคร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การผู้ต้องหาว่าลงมือฆ่าคนเดียว