ตำรวจไซเบอร์ บุกรวบสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ ใช้ภาพโปรไฟล์หญิงสาวหน้าตาดี หลอกเหยื่อโอนเงินลงทุนเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี อ้างได้ค่าตอบแทนสูง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 สั่งการให้ พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 พ.ต.ท.สันติ ชื่นชม สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญาที่ 5432/2567 ลง 11 พ.ย.67 เข้าจับกุมนายธนเทพ เนตรสว่าง อายุ 23 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี
ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น”, “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด”, “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2566 มีผู้เสียหายเป็นชายสูงวัยได้รับการติดต่อจากแก๊งมิจฉาชีพทางเฟซบุ๊กใช้ภาพโปรไฟล์เป็นผู้หญิงหน้าตาดีส่งคำขอเพิ่มเพื่อนเข้ามา อ้างตัวมีชื่อเล่นว่า “น้ำ” จากนั้นได้ชวนพูดคุยจนเกิดความสนิทสนมแล้วได้เปลี่ยนไปคุยกันต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์
จากนั้นมิจฉาชีพรายดังกล่าวได้เริ่มชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี อ้างว่าลงทุนแล้วจะได้ค่าตอบแทนสูง โดยส่งลิงก์แพลตฟอร์มชื่อ “Boldhong bcbi live” พร้อมสอนวิธีสมัครและโอนเงินเข้าแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังหลอกทางผู้เสียหายว่าตนเองก็ได้โอนเงินลงทุนร่วมกับผู้เสียหาย โดยส่งสลิปการโอนเงินให้ดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ซึ่งในช่วงแรกที่ลงทุน ผู้เสียหายเห็นยอดกำไรปรากฏเป็นตัวเลขในเว็บไซต์ และสามารถถอนเงินออกมาได้จริง ทำให้หลงเชื่อและโอนเงินลงทุนเพิ่มอีกหลายครั้ง แต่เมื่อลงทุนสูงมากขึ้นกลับไม่สามารถถอนเงินได้ โดยคนร้ายอ้างเหตุผลต่างๆ เมื่อผู้เสียหายเริ่มเกิดความสงสัยจึงขอโทรวิดีโอคอลกับคนร้าย ซึ่งคนร้ายได้วิดีโอคอลในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 15 – 20 วินาที และยังโทรศัพท์ติดต่ออีกหลายครั้งเพื่อใช้อุบายกดดันให้ลงทุนเพิ่ม แต่ผู้เสียหายไม่หลงเชื่อโอนเงินเพิ่ม
...
จากนั้นทางคนร้ายวางแผนหลอกผู้เสียหายซ้ำ โดยใช้บัญชีเฟซบุ๊กอีกบัญชีใช้ภาพโปรไฟล์เป็นสาวหน้าตาดีติดต่อหาผู้เสียหาย อ้างตัวว่าเป็นพี่สาวของ “น้ำ” ชวนพูดคุยจนเกิดความสนิทสนม จากนั้นอ้างตัวว่าสามารถช่วยเอาเงินที่ผู้เสียหายเคยลงทุนไปกลับคืนมาได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ คนร้ายจึงให้สมัครลงทุนใหม่ผ่านแพลตฟอร์มเดิม แต่เปลี่ยนบัญชีธนาคารในการโอนเงิน โดยในช่วงแรกสามารถถอนเงินกำไรคืนได้เหมือนเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนร้ายเริ่มบ่ายเบี่ยงโดยอ้างเหตุผลต่างๆ เช่นเดิม สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินได้อีก จึงรู้ตัวว่าโดนแก๊งขบวนการมิจฉาชีพหลอกลวง ซึ่งโอนเงินไปทั้งหมด จำนวน 12 ครั้ง รวมความเสียหาย 2,129,555 บาท โดยได้รับเงินที่ลงทุนกลับคืนมาในช่วงแรกเพียง 118,950 บาท ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินคดีกับคนร้าย
ต่อมา ชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ทำการสืบสวนแกะรอยจนทราบว่านายธนเทพเป็นหนึ่งในขบวนการแก๊งหลอกลวงกลุ่มนี้ ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้ารองรับการโอนเงิน ก่อนอนุมัติศาลออกหมายจับ โดยติดตามจับกุมตัวได้บริเวณตลาดสี่เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เบื้องต้นให้การรับสารภาพ นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่านายธนเทพยังมีหมายจับของศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.154/2567 ลง 29 มี.ค.67 ในความผิดเดียวกันอีก 1 หมาย ก่อนควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป