กอ.รมน.ภาค 4 แถลงความคืบหน้าคดีเหตุระเบิด 11 ปั๊ม ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบ เป็นฝีมือของกลุ่ม “บีอาร์เอ็น” พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และแผนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หน่วยงานความมั่นคง 3 ฝ่าย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา พบหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงกลุ่ม BRN พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และแผนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด

โดยมี พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พ.ต.อ.ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวน สอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแถลง

...




พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) พยายามจะก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่และวันครบรอบปล้นปืน (4 ม.ค.69) แต่เจ้าหน้าที่คุมเข้มจึงทำไม่สำเร็จ คนร้ายจึงฉวยโอกาสในคืนวันที่ 10 ต่อเนื่อง 11 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังพลส่วนใหญ่ติดภารกิจดูแลความปลอดภัยงานวันเด็กแห่งชาติและเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเป้าหมายหลักคือการทำลายระบบเศรษฐกิจและสร้างสถานการณ์เชิงสัญลักษณ์




ด้าน พ.ต.อ.ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวน สอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า หลักฐานสำคัญจากที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายใช้ “ระเบิดแสวงเครื่อง” บรรจุในถังแก๊สและถังดับเพลิง จุดชนวนด้วยระบบดิจิทัลและรีโมทคอนโทรล จากปลอกกระสุนที่พบในปั๊มน้ำมันท่าสาป พบว่าปืน M16 ที่คนร้ายใช้มีประวัติก่อเหตุมาแล้วถึง 22 คดี อาวุธปืน AK-102 พบประวัติโยงคดีสะเทือนขวัญ ยิง ชรบ.ลำพะยา 15 ศพ เมื่อปี 2562 และยิงโต๊ะอิหม่ามปี 2567 แผนการที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเวลา 00.50 น. ยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบ เป็นฝีมือของกลุ่ม BRN

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ สั่งทบทวนแผน รปภ. พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ทันที โดยเน้นเพิ่มการลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจสกัดเส้นทางหลบหนี คุมเข้มจุดผ่านแดนป้องกันการลักลอบหนีออกนอกประเทศ วิเคราะห์ข่าวกรองเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่ทางด้านการเยียวยา พันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สรุปความเสียหายทางด้านร่างกายเบื้องต้น มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย (เจ้าหน้าที่ 2 ราย , ประชาชน 7 ราย) ข้อมูลสรุปความเสียหายของทรัพย์สินในเบื้องต้น ผู้ประกอบการและประชาชน 20 ราย เป็นผู้ประกอบการ 11 ราย ความเสียหายประกอบด้วย อาคารปั๊มน้ำมัน 11 แห่ง หัวจ่ายน้ำมัน 202 หัว ร้านอาหารและร้านค้า 9 แห่ง ร้านสะดวกซื้อ 11 แห่ง ร้านอเมซอล 2 แห่ง อาคารสำนักงานอาคารละหมาด 7 แห่ง โรงรถ 1 แห่ง รถบรรทุกน้ำมันเสียหาย 2 คัน จุดส่งน้ำมันเสียหาย 1 แห่ง ทรัพย์สินประชาชนเสียหาย จำนวน 9 ราย รถยนต์ 4 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง บ้านเรือน 2 หลัง การประเมินค่าความเสียหายในเบื้องต้น ทั้ง 11 จุด ประมาณ 118 ล้านบาทเศษ แบ่งเป็น จังหวัดปัตตานี 26 ล้านบาทเศษ จังหวัดนราธิวาส 38 ล้านบาทเศษ จังหวัดยะลา 53 ล้านบาทเศษ

โดยมีเกณฑ์เยียวยาดังนี้ บาดเจ็บ เริ่มต้น 10,000 - 50,000 บาท (ตามระดับความรุนแรง) เสียชีวิต/ทุพพลภาพ 500,000 บาท ทรัพย์สิน เร่งประเมินให้เสร็จใน 2-4 สัปดาห์ และจะจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้าก่อน 50% ของมูลค่าประเมินเบื้องต้นเพื่อให้ผู้ประกอบการฟื้นตัวได้ทันทีอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นพี่น้องประชาชน

...




ทั้งนี้ ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอประณามการกระทำที่มุ่งทำลายปากท้องประชาชน พร้อมเตือนผู้ที่ให้ที่พักพิงหรือสนับสนุนคนร้าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หากใครมีเบาะแสแจ้งสายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

...