รองโฆษก ตร. ชี้ ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” เดินสายร้องขอความเป็นธรรมหลายหน่วยงานถือเป็นสิทธิ ไม่กระทบการทำงาน พงส. ย้ำคดีสินบนทองคำ ตำรวจเดินตามกฎหมาย ตามกรอบ ม.149 โต้กระแสวิจารณ์–ข้อมูลบิดเบือนจากเพจอวตารและแอคหลุม ปัดออกความเห็น “บิ๊กโจ๊ก” เงียบผิดปกติ ประเมินว่าเผ่นออกนอกประเทศหรือไม่

ย้ำชัด การเดินสายร้องขอความเป็นธรรมของทนาย “บิ๊กโจ๊ก” เป็นสิทธิตามกฎหมาย ไม่กระทบการทำงาน พงส. ส่วนปมคดีสินบนทอง ดำเนินการตามขั้นตอนครบ ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.แล้ว พร้อมโต้กระแสวิจารณ์–ข้อมูลบิดเบือนจากเพจอวตาร ยันตำรวจทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน

เมื่อวันที่ 12.40 น. วันที่ 12 มกราคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ทนายของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ได้เดินสายร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีสินบนทองคำ ที่มีผู้ถูกกล่าวหารวม 6 คน ว่า การร้องเรียนถือว่าเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากเป็นการต่อสู้ในมุมของข้อกฎหมายที่ต่างฝ่ายพยายามหาความชอบธรรม โดยพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้กังวลในเรื่องนี้

ส่วนในเรื่องที่มีนักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาให้ความเห็นและตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นั้น รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำพยานหลักฐานในชั้น ป.ป.ช. มาแถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งเป็นหลักฐานที่อยู่ในสำนวน จะหมิ่นเหม่มีความผิดหรือไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องมีการชี้แจงเรื่องนี้ เพราะสังคมในปัจจุบันมีเพจอวตารและแอคหลุมที่ให้ข้อมูลที่บิดเบือน จึงต้องออกมาชี้แจงเท่าที่ทำได้ โดยไม่กระทบต่อการสืบสวนสอบสวน

เมื่อถามถึงกรณีที่ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่าสำนวนจาก ป.ป.ป. ส่งไปให้ ป.ป.ช. แล้ว ควรจะเดินหน้าส่งไปยังประธานรัฐสภาตามขั้นตอน เพราะมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ตำรวจทำตามขั้นตอนทางกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 61

ส่วนที่หลายคนเป็นห่วง เรื่องที่ทางตำรวจมีพยานหลักฐานทั้งหมด แต่กลับมาตายน้ำตื้นนั้น รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้มีการชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว และสำนวนดังกล่าวถูกส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการแล้ว และหาก ป.ป.ช. ส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจทำ ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนจะมีการกล่าวหาชอบหรือมิชอบ เป็นสิทธิของในการต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหา จะให้การยังไงก็ได้เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด รวมถึงจะแสดงออกยังไงก็ได้ ไม่ต้องสนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

...




เมื่อถามว่ามองยังไงที่ตอนนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีท่าทีเงียบผิดปกติ มีการประเมินหรือไม่ว่ามีการหลบหนีออกนอกประเทศหรือเมาหมัด พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ไม่ขอออกความเห็นในเรื่องนี้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางไปทำบุญที่วัดโฆสิตาราม (หลวงพ่อกวย) จว.ชัยนาท ยังไม่ได้หนีออกนอกประเทศแบบที่เป็นข่าวแต่อย่างใด