ศาลจังหวัดพัทยา อนุมัติหมายจับหนุ่มจีน ลวงเซลล์สาวดูบ้าน ก่อนจับมัดเทปกาวทั้งตัว ชิงทรัพย์ครึ่งแสน ด้านผู้เสียหายยังผวา หวาดกลัวตลอดเวลา
ความคืบหน้ากรณี นายกง เกาเผิง ชาวจีน อายุ 30 ก่อเหตุชิงทรัพย์ นางสาวหยาง หวาง อายุ 35 ปี สัญชาติจีน เซลล์นายหน้าขายบ้าน (เอเจนซี) โดยใช้กรรไกรในการจี้ แล้วจับพันเทปกาวรอบตัว ตั้งแต่หัวถึงปลายเท้า ก่อนบังคับโอนเงินผ่านแอปพลิเคชั่น วีแชต ได้เงินไปกว่า 31,000 บาท และโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (12 ม.ค. 2569) พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมด้วยทีมชุดสืบสวน ร่วมกับทีมชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี และทีมสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ชลบุรี ประชุม วางแผนสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี
โดยล่าสุดศาลจังหวัดพัทยา มีการอนุมัติออกหมายจับ นายกง เกาเผิง เลขที่ 15/2569 ฐานความผิด “ชิงทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไปและให้ยื่นซึ่งทรัพย์นั้นในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและกักขังหน่วงเหนี่ยว”
...
สำหรับ นายกง เกาเผิง ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีชิงทรัพย์ โดยจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2569 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว (60 วัน) แจ้งสถานที่พักอยู่ที่ย่านยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ ซึ่งจากแนวทางการสืบสวน พบว่า ผู้ก่อเหตุได้ทำทีไปติดต่อขอซื้อบ้าน ในราคา 3 ล้านบาท กับผู้เสียหายซึ่งเป็นเซลล์นายหน้าขายบ้าน (เอเจนซี) โดยมีการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันของทางบริษัทฯ เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา จากนั้นก็มีการนัดพูดคุยกันครั้งแรก ใกล้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านถนนพัทยาสาย 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคม กระทั่งในคืนเกิดเหตุ ได้ลวงเซลล์สาวรายนี้ ไปดูบ้านตัวจริง ก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางสาวเดียร์ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี เพื่อนสนิทและทำงานอยู่ที่เดียวกันกับ นางสาวหยาง หวาง หรือเรียกกันอีกอย่างว่า “เวนดี้” ผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียหายเดินทางมาทำงานอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2567 ขณะนี้ผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดกลัว ตามร่างกายยังมีร่องรอยบาดแผลของการถูกทำร้าย เริ่มติดต่อกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มกราคม ระหว่างที่มีการติดต่อซื้อขายบ้านกัน ผู้เสียหายไม่รู้สึกเอะใจมาก่อน มาเริ่มเอะใจเมื่อผู้ก่อเหตุไม่ยอมไปดูบ้านตอนกลางวัน โดยอ้างว่าเดินทางไปท่องเที่ยว กระทั่งวันเกิดเหตุ หลังจากดูบ้านเสร็จ ขับรถออกมายังไม่พ้นซุ้มประตูป้อมยามหมู่บ้าน ก็ถูกทำร้าย
ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไป เบื้องต้นเป็นเงินที่โอนผ่านแอปพลิเคชัน วีแชต 6,996 หยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 31,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ซึ่งอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจากกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว