ผบ.ตร. ย้ำสำนักงานตำรวจฯ ยึดปฏิบัติตามหลักกฎหมาย ยันกรณีศาลปกครองสูงสุด พิพากษายกคำร้อง "บิ๊กโจ๊ก" ไม่กระทบกับการทำงาน เตรียมนำมาใช้เป็นบรรทัดฐานฟันวินัยตำรวจทำผิดในอนาคต
จากกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกคำร้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ "รองโจ๊ก" ซึ่งขอให้เพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยศาลวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
ล่าสุดวันที่ 10 ม.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของตนเอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาได้มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรง มีสมาธิในการทำงาน และไม่เคยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง
ผบ.ตร. ระบุว่า ไม่ว่าผลคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยของศาลจะออกมาในลักษณะใด ทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องน้อมรับและปฏิบัติตาม เพราะถือเป็นกระบวนการตามกฎหมายที่ต้องเคารพ พร้อมย้ำว่าการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยึดหลักกฎหมาย ความถูกต้อง และความเป็นธรรมเป็นสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำคำพิพากษาดังกล่าวไปใช้เป็นแนวทาง และบรรทัดฐานในการดำเนินการทางวินัยและทางปกครองกับข้าราชการตำรวจ ที่กระทำความผิดในอนาคต โดยเฉพาะในประเด็นการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา และกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวินัย
แนวทางดังกล่าวจะอ้างอิงตาม พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 รวมถึงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ว่าคำพิพากษาของศาลจะเป็นในลักษณะใด ล้วนถือเป็นบทเรียนและแนวทางสำคัญที่หน่วยงานต่างๆ รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะนำไปศึกษา วิเคราะห์ และปรับใช้ในการวางกรอบการปฏิบัติงานในอนาคต เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมและองค์กรตำรวจต่อไป
...