ตำรวจสืบสวนภาค 2 บุกทลายแหล่งซุกซ่อนแรงงานเถื่อนกลางชุมชนใน อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง จับครอบครัว "ชาวกัมพูชา" เข้าเมืองผิดกฎหมาย อาศัยอยู่ในบ้านพักนายจ้างคนไทย 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมและปราบปรามแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ภายใต้ยุทธการ "ปราบขอมดำดิน"

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 นำกำลังตำรวจ เข้าตรวจค้นบ้านพัก ในพื้นที่หมู่ 5 ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง หลังรับรายงานจากสายข่าวว่า มีแรงงานสัญชาติกัมพูชาลักลอบเข้ามาในไทยอยู่รวมกลุ่มเป็นครอบครัว เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวตรวจสอบ พบบุคคลต่างด้าวจำนวน 6 ราย ทั้งชายและหญิงวัยทำงาน รวมถึงผู้หญิงที่พักอาศัยมานาน และสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี

จากการสอบสวนแรงงานทั้งหมดรับว่า ลักลอบเข้ามาในไทยโดยไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ทำงานรับจ้างขุดมันสำปะหลังแบบรายวัน ได้ค่าจ้าง 300 บาท ต่อการขุดมัน 1 ตัน และพักอาศัยในบ้านหลังดังกล่าวทุกคืน

...

ต่อมา นายวิศณุ อายุ 36 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าบ้านและนายจ้าง ยอมรับว่าเป็นคนรับแรงงานต่างด้าวมาทำงาน และให้อยู่ในบ้านเพื่อสะดวกต่อการทำงาน ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ให้ที่พักพิงซ่อนเร้น ช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มีโทษทั้งจำและปรับ

ด้าน พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เน้นย้ำโทษแรงอย่าคิดทำตาม คนต่างด้าวผิดกฎหมาย โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท และผลักดันออกนอกประเทศ นายจ้างที่จ้างต่างด้าวผิดกฎหมาย ปรับสูงสุด 100,000 บาทต่อคน หากกระทำซ้ำ มีโทษจำคุก และถูกแบล็กลิสต์ห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวอีก 

ทั้งนี้ ความตึงเครียดด้านชายแดนไทย–กัมพูชาและปัญหาแรงงานเถื่อนที่กำลังระบาดทั่วภาคตะวันออก การปล่อยให้แรงงานผิดกฎหมายสร้างชุมชนใหม่ในไทย อาจนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม ขยายเครือข่ายค้ามนุษย์ การแทรกซึมของแก๊งอาชญากรรม อย่าเห็นแก่เงินชั่วคราวแล้วพาให้ประเทศเสียหาย ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย หากพบเห็นแรงงานเถื่อนให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที