ศจร.ตร. สรุปภาพรวม 7 วันอันตราย ปีใหม่ 2569 มาตรการจราจรเข้มช่วยลดอุบัติเหตุ–ลดการสูญเสีย ตำรวจย้ำ “เข้มเพื่อป้องกันชีวิตประชาชน” เผยตำรวจทางหลวง บังคับใช้กฎหมายใน 10 ข้อหาหลักได้มากถึง 298,499 ราย รองลงมาคือ จ.นครปฐม จำนวน 21,935 ราย อันดับสาม ได้แก่ จว.อุบลราชธานี

วันนี้ (6 มกราคม 2569) ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) สรุปผลการดำเนินงานช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 พบว่า ภาพรวมสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนมีแนวโน้ม ลดลงอย่างชัดเจน ทั้งจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนและความร่วมมือของประชาชนในการปฏิบัติตามกฎจราจร

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 เปิดเผยว่า ตลอดช่วงควบคุมเข้มข้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ทั้งการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การดูแลความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมายกับพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการลดความสูญเสียบนท้องถนน

ทั้งนี้ ในช่วง 7 วันอันตราย มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดด้านจราจรใน 10 ข้อหาหลัก รวมสะสม 491,436 ราย โดยเป็นการจับกุมการกระทำความผิดใน 5 ข้อหาที่มีการเน้นหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง รวมสะสม 280,424 ราย สถิติรายจังหวัด/กองบังคับการ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถบังคับใช้กฎหมายใน 10 ข้อหาหลัก ได้มากที่สุด คือ ตำรวจทางหลวง บังคับใช้กฎหมายได้มากถึง 298,499 ราย รองลงมาคือ จว.นครปฐม จำนวน 21,935 ราย อันดับสาม ได้แก่ จว.อุบลราชธานี บังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลักได้ จำนวน 19,175 ราย

ขณะเดียวกัน ความผิดฐานเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสีย มีการดำเนินคดีสะสม 18,098 ราย ในส่วนนี้เป็นการกระทำผิดเมาแล้วขับซ้ำ จำนวน 139 ราย สถิติรายจังหวัดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถบังคับใช้กฎหมายในข้อหาเมาแล้วขับได้สูงสุด คือ จว.นครราชสีมา 2,001 ราย ( เป็นแชมป์จับเมาแล้วขับซ้ำได้มากสุดของประเทศด้วย จับกุมได้ถึง 65 ราย ) รองลงมา คือ จว.เชียงใหม่ จับกุม เมาแล้วขับ 987 ราย และ อันดับสาม จับกุม เมาแล้วขับ คือ จว.ชลบุรี 935 ราย สะท้อนถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันอันตรายและรักษาชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนน

พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวเลขที่ลดลงของอุบัติเหตุและการสูญเสีย ไม่ได้เกิดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของประชาชนที่ตระหนักถึงความปลอดภัย เคารพกฎหมาย และมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน

ด้าน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า แม้ช่วงมาตรการควบคุมเข้มข้นเทศกาลปีใหม่จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจด้านความปลอดภัยทางถนนยังคงต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในทุกช่วงเวลา ไม่เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น

ขณะที่ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำว่า ความปลอดภัยทางถนนเป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วม ขอให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนด้วยความไม่ประมาท เคารพกฎหมายจราจร และรักษาวินัยในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุและความสูญเสียให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้ามาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเดินทางของประชาชนในทุกวัน เป็นการเดินทางที่ปลอดภัย อุ่นใจ และลดการสูญเสียบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

...