เปิดคลิปแถลงข้อเท็จจริงคดี "บิ๊กโจ๊ก" ติดสินบนทองคำแท่งน้ำหนักกว่า 200 บาท มั่นใจพยานหลักฐานที่แน่นหนา
วันที่ 6 ม.ค. 69 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ในฐานะรองโฆษก ตร. แถลงข้อเท็จจริงคดีอดีตนายตำรวจใหญ่ ติดสินบนทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ผู้กล่าวหาได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหารวม 6 ราย โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด (ทองคำแท่ง) แก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่, ร่วมกันเป็นผู้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่”
...
โดยพฤติการณ์คดีสืบเนื่องเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 67 อดีตนายตำรวจใหญ่ ได้ให้นาย ส. (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ส่งมอบทองคำแท่ง จำนวน 2 กล่อง รวมน้ำหนักทองคำ 246 บาท ให้กับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ (ผู้กล่าวหา) เพื่อให้นำทองคำแท่งดังกล่าวไปมอบให้กับนาย อ. (ขอสงวนชื่อนามสกุล) กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อจูงใจให้นาย อ. ซึ่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ที่ดูแลรับผิดชอบสำนวนคดีที่อดีตนายตำรวจใหญ่ กับพวกตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ช่วยเหลือทางคดีให้มีมติไม่ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัย โดยกำชับให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ บันทึกคลิปวิดีโอขณะส่งมอบทองคำเก็บไว้ด้วย
ต่อมาวันที่ 1 ก.ย. 67 พ.ต.อ.ภาคภูมิ ผู้กล่าวหาได้นำทองคำแท่งดังกล่าวไปมอบให้กับนาย อ. โดยผ่านนาย ส. (ขอสงวนชื่อนามสกุล) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษประจำตัวนาย อ. ที่ลานจอดรถสมาคมแห่งหนึ่ง ย่านพุทธมณฑลกรุงเทพฯ โดยภายหลังจากที่นาย อ. ได้รับมอบทองคำแท่งไปแล้ว ในห้วงเดือน ก.ย. ถึง พ.ย. 67 นาย อ. ได้เรียกผู้ต้องหาในคดีไปชี้แจงข้อเท็จจริงที่สำนักงาน ป.ป.ช. และเร่งสอบกระบวนการสอบสวน
ต่อมาคณะอนุกรรมการมีมติ ไม่ชี้มูลอดีตนายตำรวจใหญ่ ซึ่งพนักงานสอบสวนจึงได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และได้ทำการส่งสำนวนดังกล่าวไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 68
โดยผู้ถูกกล่าวหา คือ อดีตนายตำรวจใหญ่ อายุ 55 ปี, นาย อ. ตำแหน่ง กรรมการ ป.ป.ช. อายุ 65 ปี, นาย ส. อายุ 70 ปี, นาย ส. อายุ 45 ปี, นาย ส. อายุ 47 ปี และ นาย ส. อายุ 55 ปี เหตุเกิดที่ อาคารรัชดาวัน ชั้น 2 แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ต่อเนื่อง ลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 67 ต่อเนื่อง 1 ก.ย. 67 โดยกล่าวหา นาย อ. ความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ฯลฯ” และ นาย ส. ในความผิดฐาน “สนับสนุนเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ฯลฯ”
...
อดีตนายตำรวจใหญ่ กับพวกรวม 4 คน ความผิดฐาน “ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด (ทองคำแท่ง) แก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่และร่วมกันเป็นผู้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่”
สอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา.