ตร. ตีแผ่ เทรนด์มิจฉาชีพ ปี 2026 พุ่งเป้า “วัยทำงาน” ใช้ SMS ปลอม-แอปดูดเงิน - AI เพิ่มความน่าเชื่อถือ หลอกให้โอนเงินจนหมดตัว


วันที่ 4 ม.ค. 69 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากแนวโน้มอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปี 2569 ที่คนร้ายนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคนิคซับซ้อนมาใช้โจมตี โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ตกเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเตือนภัย และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทัน 4 รูปแบบภัยออนไลน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปี 2569 เพื่อให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันและป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ ดังนี้

1. ห้ามกดลิงก์จาก SMS หรือ Line ที่อ้างหน่วยงานรัฐ/เอกชน - คนร้ายจะส่งข้อความสั้นอ้างว่า “ค้างชำระค่าไฟ-น้ำ” หรือ “ได้รับเงินคืน” พร้อมแนบลิงก์ หากกดจะถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน หรือกรอกข้อมูลส่วนตัว ขอให้จำไว้ว่าหน่วยงานราชการและธนาคาร “ไม่มีนโยบายแนบลิงก์” ส่งทาง SMS ให้ประชาชน

2. อย่าเชื่อแค่ภาพหรือเสียง ต้องระวัง AI Deepfake - เทคโนโลยี AI สามารถเลียนเสียงและสร้างภาพใบหน้าขยับปากของบุคคลที่เรารู้จักหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ และถูกนำมาใช้เพื่อโทรมาขอยืมเงิน หรือข่มขู่ให้โอนเงิน

3. ระวังการสแกน QR Code ในที่สาธารณะ หรืออีเมล - คนร้ายเริ่มเปลี่ยนจากการส่งลิงก์มาเป็นการใช้ QR Code ปลอม แปะทับตามจุดบริการ หรือส่งมาในอีเมล เมื่อสแกนจะถูกพาไปเว็บไซต์ปลอมเพื่อขโมยรหัสผ่านหรือดูดเงิน ดังนั้น “ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของ QR Code เสมอ” และหากสแกนแล้วลิงก์แปลกปลอมให้รีบปิดทันที

4. หลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ - การหลอกลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี หรือลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น โดยคนร้ายจะอ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง และการสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นผู้มีชื่อเสียงหรือผู้ร่วมลงทุน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

...

รองโฆษกตร.กล่าวว่า หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีแจ้งความได้ทันที ที่สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.