“อัจฉริยะ” ยื่นหนังสือตรวจสอบตำรวจ 3 หน่วยงานเอี่ยวเส้นเงินเว็บพนัน พร้อมเตรียมแฉหลักฐานต่อหน้ากรรมาธิการตำรวจ 26 พฤศจิกายนนี้ โดยเฉพาะพลตำรวจเอก ก.ตร. มั่นใจคนรอดูทั่วประเทศ! เชื่อล้มกระดานสะเทือนแต่งตั้งระดับรองผู้การฯ-สารวัตร 28 พฤศจิกายนนี้แน่ ยันไร้ใบสั่ง พร้อมรับผิดชอบเองทุกอย่าง ส่วนปมร้อน 8 กิโล มองว่าเป็นเรื่องจริง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือ และหลักฐานให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มีชื่อรับเงินเว็บพนันออนไลน์ จำนวน 2 ล้านบาท รวมไปถึงยังมีรายชื่อของตำรวจยศ “พ.ต.อ.” เป็นอดีตผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวนภาค 2 ในสมัยชุดปฏิบัติการของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีการทำเอกสารราชการปลอมอายัดบัญชีเว็บพนันแล้ว ยังเรียกตบทรัพย์ 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินในบัญชี และรองสารวัตรกองกำกับการ 1 สอท. อายัดบัญชีเว็บพนันออนไลน์ โดยเรียกตบทรัพย์รายละ 1,000,000 บาท มากกว่า 300 เคส เพื่อให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และวินัยร้ายแรง ให้ย้ายตำรวจชุดดังกล่าว ไปประจำศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำหรับการเดินทางในวันนี้ นายอัจฉริยะ อ้างว่า มีหลักฐานจากเอกสารที่ผ่านการตรวจสอบของดีเอสไอและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดเจนว่านายตำรวจที่มีรายชื่อดังกล่าว มีความบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ จึงอยากให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งกรรมการสอบ และโยกย้ายมาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากว่าในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลโยกย้าย
ส่วนประเด็นของรองสารวัตรกองกำกับการ 1 สอท. จะมีรายชื่อไปเกี่ยวข้องกับผู้บังคับบัญชาด้วยหรือไม่นั้น นายอัจฉริยะ ระบุว่า ยังไม่อยากเปิดเผย แต่อยากโฟกัสตำรวจที่มีรายชื่อดังกล่าวก่อน เพราะเงินจำนวนมากขนาดนี้ ไม่เชื่อว่ารองสารวัตรเพียงคนเดียว จะสามารถทำได้
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้าย จนทำให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีการเรียกเข้ามาประชุมด่วนเมื่อวานนี้นั้น นายอัจฉริยะ มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เพราะส่วนตัวรู้จักพลตำรวจโทรายนั้นเป็นอย่างดี รู้จักกันมานานว่ามีพฤติกรรมอย่างไร พร้อมทราบว่าช่วงที่ท่านไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภาค 8 ใหม่ๆ มีการไปขอขึ้นราคาเก็บส่วยเพิ่มขึ้นอีก 20-30 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ตำรวจภูธรภาค 8 รู้สึกอึดอัดกับพฤติกรรมดังกล่าว หลังจากนั้นก็มีข่าวว่าเรียกรับผลประโยชน์ในการแต่งตั้งเป็นเงินถึง 8 ล้านบาท
นอกจากนี้ ตนเองยังมีข้อมูลหลักฐานที่สามารถจะน็อกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อย่างแน่นอน โดยในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ตนเองจะนำหลักฐานดังกล่าว ไปเปิดเผยในที่ประชุมกรรมาธิการตำรวจ เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับรู้ถึงขบวนการซื้อขายตำแหน่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ชี้ชัดว่าขบวนการดังกล่าว มีตั้งแต่ระดับพลตำรวจเอก , พลตำรวจโท , ก.ตร. และคุณหญิง เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่มีการซื้อขายอย่างชัดเจนว่าการขึ้นตำแหน่ง ตั้งแต่รองผู้กำกับการ จะขึ้นเป็นผู้กำกับการ ต้องเสียเงิน 5-7 ล้านบาท โดยสามารถเลือกพื้นที่ทำเลทองได้ ซึ่งเรื่องนี้ตนเองไม่กลัวถูกฟ้อง และการเปิดเผยครั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีใบสั่ง พร้อมรับผิดชอบเองทุกอย่าง
...
ส่วนพยานหลักฐานที่มีการซื้อขายตำแหน่ง พบตั้งแต่ปี 2567 จนปัจจุบัน ก็ยังมีการทำอยู่ โดยเฉพาะวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะมีการแต่งตั้งระดับรองผู้บังคับการ ถึงสารวัตรในวาระประจำปี 2568 เชื่อว่าจะไม่มีการแต่งตั้ง หากตนเองเปิดเผยหลักฐานในวันดังกล่าว
พร้อมยืนยันว่า “ในปัจจุบันนี้ยังมีการซื้อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นพลตำรวจเอกในราชการ ส่วนพลตำรวจโท เป็นอดีตตำรวจที่ปัจจุบันเป็นประธานการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนทั่วประเทศ” รวมทั้งภรรยาน้อยของ ก.ตร. ที่ไม่ใช่อดีตตำรวจ ซึ่งมีพฤติกรรมแอบอ้างชื่อสามีในการซื้อขายตำแหน่ง
ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ ยังปฏิเสธไม่เคยรับเงินดูแลจาก นายตำรวจระดับผู้บัญชาการ เพื่อแลกกับการไม่ต้องเปิดเผยหรือแฉข้อมูลในการทุจริตแต่งตั้งโยกย้าย