ดีเอสไอ เผยแนวทางการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี นักการเมืองถูกอ้างว่าพัวพันเครือข่ายเว็บพนันกว่า 2,500 ล้านบาท ชี้ต้องตรวจสอบฐานข้อมูล หากถูกดำเนินคดีไปแล้วจะดำเนินคดีซ้ำไม่ได้ ต้องมีหลักฐานใหม่ มีทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิด 300 ล้านบาทขึ้นไป
วันที่ 7 พ.ย. 68 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงแนวทางการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีนักการเมืองรายหนึ่งถูกอ้างว่าพัวพันเงินเครือข่ายเว็บพนันกว่า 2,500 ล้านบาท ว่า หลังจากที่มีผู้ร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบบุคคลซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่กระทำความผิดฐานฟอกเงิน อันเกิดจากคดีความผิดมูลฐาน การจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด ตนได้รับทราบว่า กองบริหารคดีพิเศษ ได้มีการประมวลเรื่องราวร้องทุกข์ และได้ตั้งเลขสืบสวน 139/2568 ส่งต่อยังกองคดีการฟอกเงินทางอาญา เพื่อดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้มีความชัดเจนว่ามีการกระทำใด หรือมีทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดใด ๆ เข้าข่ายสมควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดฟอกเงินหรือไม่ ก่อนประมวลเรื่องเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารับเป็นคดีพิเศษตามขั้นตอน
สำหรับขั้นตอนสืบสวนเรื่องนี้ เริ่มต้นตรวจสอบฐานข้อมูลเกี่ยวกับคดีมูลฐานในหน่วยงานอื่น ๆ ว่าเคยดำเนินการมาก่อนหรือไม่ รวมถึงเคยทำคดีเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือไม่ หากได้ทำ ทำไปถึงขั้นตอนใด เสร็จสิ้นสมบูรณ์หรือยัง เพราะถ้าหากบุคคลเคยถูกดำเนินคดีไปแล้ว ก็จะไม่สามารถดำเนินคดีซ้ำได้ แต่หากเป็นความผิดอื่นที่ยังไม่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน และมีทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนนี้ดีเอสไอก็สามารถรับไปดำเนินการเป็นคดีพิเศษในส่วนของการฟอกเงินทางอาญาได้
...
อย่างไรก็ตาม ประการสำคัญคือส่วนที่บุคคลได้ถูกสั่งไม่ฟ้องจากอัยการมาก่อนหน้านี้ ก็ต้องไปตรวจสอบดูด้วยว่าจะเป็นเรื่องคดีอาญาเดียวกันกับที่สอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้วหรือยัง ดังนั้น หากเสร็จสิ้นไปแล้ว ในส่วนของดีเอสไอก็ต้องขยายดูต่อว่าแล้วมันมีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญที่ทำให้รับสอบสวนได้หรือไม่ ซึ่งมันก็ต้องปรากฏข้อมูลด้วยว่าทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมันเกิน 300 ล้านบาทจริง ๆ
ขณะที่ รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ด้วยความที่บุคคลซึ่งถูกร้องทุกข์กล่าวโทษ เคยปรากฏในคดีอาญาอื่นมาก่อนแล้ว ดังนั้น หากจะต้องตรวจสอบการฟอกเงินทางอาญา มันก็ต้องไปดูเส้นทางการเงินใหม่ รายการธุรกรรมใหม่ ที่ไม่ใช่เส้นทางการเงินเดิมจากที่พนักงานสอบสวนตำรวจเคยดำเนินการ และต้องให้ความสำคัญกับกรณีที่บุคคลถูกอ้างว่าเกี่ยวพันกับเงินเครือข่ายกว่า 2,500 ล้านบาทด้วยว่าเกี่ยวข้องอย่างไร เป็นธุรกรรมรับโอนจากการประกอบกิจการใดหรือไม่ อย่างไรก็ตามต้องสืบสวนอย่างเป็นธรรมให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงรับฟังได้.