"ผบ.ตร." หารือฝ่ายกฎหมาย ชี้ ก.ตร.ประชุมตั้ง "โผนายพล" 31 ส.ค. ยึดบัญชีเดิม นั่งประธานแทน หาก "ภูมิธรรม" ไม่ประชุม เพื่อพิจารณามีมติให้เสร็จภายในกำหนด
วันที่ 30 ส.ค. 68 มีรายงานว่า วันที่ 31 ส.ค. ที่ ตร. เวลา 15.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ก.ตร. วาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร.จนถึง ผบก.ทั่วประเทศ สำหรับตำแหน่งที่ว่าง รอง ผบ.ตร. 2 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. 7 ตำแหน่ง ผบช. 16 ตำแหน่ง รองผบช. 40 ตำแหน่ง และ ผบก. 71 ตำแหน่ง
ก่อนหน้าวันที่ 28 ส.ค. นายภูมิธรรม เลื่อนการประชุมมาเป็นวันที่ 31 ส.ค. อ้างเหตุผลหนังสือร้องเรียนของ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. อดีต พตร. ที่มีกรณีนายทักษิณ ชินวัตร เข้ารักษาตัวชั้น 14 รพ.ตร. ไม่ได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐาฏูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ท.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ไม่ได้เสนอขึ้น ผบช.
โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ เข้ามาประชุมด่วนเพื่อนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งคณะให้พ้นสภาพ และรายละเอียดข้อกฎหมายในคำสั่งมาพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการประชุม ก.ตร. วันที่ 31 ส.ค. ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ฝ่ายกฎหมายชี้แจงว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 169 ระบุว่า "ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีใหม่ ข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการ รัฐบาลที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว จะไม่มีอำนาจเต็มในบางเรื่อง เช่น ไม่สามารถออกนโยบายใหม่ที่มีผลผูกพันในระยะยาว ไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงโดยไม่มีเหตุจำเป็น ไม่ควรใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น" เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในกรณียุบสภาและการแต่งตั้งที่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น มิได้มีข้อห้ามการแต่งตั้งตามกฎหมายตำรวจและการแต่งตั้งข้าราชการทหาร โดยสภากลาโหมแต่อย่างใด
...
ส่วนประเด็นข้อกฎหมาย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ชี้แจงว่าสามารถกระทำได้ ส่วนนายภูมิธรรมจะเดินทางมาเป็นประธานหรือไม่ต้องรอดู หากไม่เดินทางมา ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประธานประชุม ก.ตร.พิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย รอง ผบ.ตร.-ผบก.ได้ โดยชอบตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ก.ตร. วันที่ 31 ส.ค. ผบ.ตร. ใช้บัญชีเดิมที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณารายชื่อผู้เหมาะสม หรือ "บอร์ดกลั่นกรอง" ซึ่งเป็นรายชื่อที่ บช. คัดเลือกเสนอชื่อผู้เหมาะสมเข้ามาตามข้อบังคับของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 ซึ่ง รอง ผบ.ตร. ได้ลงชื่อรับรองรายชื่อที่ผ่านการกลั่นกรองนำเข้ามาพิจารณาในที่ประชุม ก.ตร. หาก ก.ตร. คนใดหรือ ก.ตร.ส่วนมาก เห็นว่าบุคคลในบางตำแหน่งไม่เหมาะสมเห็นว่าจะต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนตัวนำกลับไปเข้ากลั่นกรองเพื่อทำบัญชีผู้เหมาะสมเป็นการเฉพาะรายใหม่ แล้วนำกลับมาเข้าที่ประชุม ก.ตร. เพื่อพิจารณามีมติให้เสร็จสิ้น ภายในกำหนดวันที่ 31 ส.ค.