เด้งเข้ากรุ ส.ต.อ.นปพ.ภ. 5 เมากร่าง พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบ ขณะที่เจ้าตัวเข้ามอบตัวที่ สภ.สันกำแพง เบื้องต้นปฏิเสธทุกข้อหา โต้เมาขับ

จากกรณี "ส.ต.อ." สืบภาค 5 เมาแล้วขับชนคู่กรณี 2 คันซ้อน ตำรวจจราจร สภ.สันกำแพง เข้าระงับเหตุถูกด่าสารพัด ท้าตีท้าต่อย จับเป่าแอลกอฮอล์ พบสูงถึง 221 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถูกจับดำเนินคดี 4 ข้อหาหนัก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านต่อ: โดน 4 ข้อหา "ส.ต.อ." สืบภาค 5 เมาขับชน โวยตำรวจจราจรเข้าระงับเหตุ (คลิป))

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ส.ต.อ." สังกัดสืบภาค 5 รายดังกล่าว พร้อมพ่อ เดินทางมาพบ พ.ต.ท.สุพจน์ ฉลาด รองผู้กำกับสอบสวน สภ.สันกำแพง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาซึ่งทางพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง ได้แจ้งคือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินผู้เสียหาย, ขับขี่รถในขณะเมาสุรา, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานและทำร้ายร่างกาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่สิบตำรวจเอกและพ่อจะเดินออกมาจากห้องสอบสวน เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทั้งสองปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยคุณพ่อบอกว่ายังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ

ทั้งนี้ มีรายงานว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น สิบตำรวจเอกได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและอ้างว่าถูกยั่วยุก่อน โดยจะนำกล้องหน้ารถไปใช้เป็นพยานหลักฐานว่าไม่ได้เมาแล้วขับ แต่ทางตำรวจ สภ.สันกำแพง ได้มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์วัดได้ 221 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวกลับ เนื่องจากสิบตำรวจเอกมามอบตัวเอง และไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี

อย่างไรก็ตาม ทาง สภ.สันกำแพง ได้รายงานเรื่องนี้ไปยังต้นสังกัดของสิบตำรวจเอกรายนี้แล้ว และเมื่อผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ก็จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งฟ้องศาลจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

...

ขณะที่ พล.ต.ต.วรพงษ์ คำลือ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ตำรวจที่มีเรื่องรายนี้เคยก่อเหตุและทำตัวไม่เหมาะสมมาแล้ว จนตอนนี้มีคำสั่งเด้งไปอยู่ ศปก. ไปก่อน และจะมีการสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ก่อนที่จะมีมาตรการทางวินัยและอาญาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ที่ สภ.สันกำแพง "ส.ต.อ." รายนี้ ได้ก่อนเหตุใช้อาวุธปืนยิงขาชาวบ้านมาแล้ว และเรื่องยังไม่จบก็มาก่อเหตุทะเลาะชกต่อยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอีก