ผู้ต้องหาคดีตึก สตง. ถล่ม 2 รายสุดท้าย พร้อมทนายความเข้ามอบตัว ตร. ยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมสู้คดี ชี้ดูแลระบบไฟฟ้า-ประปา ไม่เกี่ยวข้องโครงสร้างอาคาร

จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา แรงสั่นสะเทือนถึงประเทศไทยและในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลทำให้อาคารกำลังก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 แขวงและเขตจตุจักร กทม. มีความสูง 30 ชั้น ทรุดตัวถล่มลงมา เป็นเหตุให้มีผู้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เหตุเกิดช่วงบ่ายวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ออกหมายจับผู้ต้องหา 17 ราย จำนวนนี้มีชื่อของ นายเปรมชัย กรรณสูต รวมอยู่ด้วย เข้ามอบตัวแล้ว 15 ราย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่วิศวกร ผู้ควบคุมงาน และกิจการร่วมค้า ในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว ในข้อหา “เป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม หรือทำการก่อสร้าง ซ่อมแซมหรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือวิธีการอันพึงกระทำการนั้น ๆ โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 227, 238 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พ.ค. นายพลเดช เทิดพิทักษ์วานิช อายุ 56 ปี กรรมการบริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนส์ จำกัด และนางปราณีต แสงอลังการ อายุ 63 ปี ในฐานะนิติบุคคล บริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ต้องหาอีก 2 ราย พร้อมทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ พร้อมคณะพนักงานสอบสวนที่ บช.น. แต่งตั้งทำคดีดังกล่าว

นายพลเดช กล่าวว่า ไม่กังวลว่าวันนี้อาจจะไม่ได้ประกันตัว และต้องเข้าเรือนจำ เพราะเป็นกระบวนการขั้นตอนของตำรวจ วันนี้มามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ และนำเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมายืนยันพร้อมต่อสู้คดี ขณะที่นางปราณีตกล่าวว่า กังวลใจนิดหน่อย เป็นเรื่องปกติ

...

ด้าน นายพฤหัส มหาวรรณ ทนายความของบริษัท ว. และสหาย เผยว่า ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ และที่มาวันนี้เป็นการพานายพลเดชและนางปราณีตเข้าพบตำรวจตามที่ได้นัดหมายไว้ ไม่ได้มีเจตนาหลบหนีตามที่เป็นข่าว และวันนี้เตรียมเอกสารคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวที่จะยื่นต่อศาล พร้อมเงินสดสำหรับประกันตัวทั้ง 2 คน อย่างน้อย 1 ล้านบาท โดยจะยื่นเหตุผลเรื่องความจำเป็นต่างๆ และพฤติการณ์แห่งคดีว่า นายพลเดช ในฐานะกรรมการ บริษัท ว. และสหายฯ ทำหน้าที่รับผิดชอบงานเฉพาะในส่วนของระบบไฟฟ้า ประปา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ไม่ได้ทำให้ตึกเสียหายหรือถล่มลงได้ ส่วนนางปราณีตทำงานด้านบัญชี ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการก่อสร้างจะเสนอให้ศาลพิจารณาในส่วนนี้ ไม่ได้กังวลใจเรื่องการประกันตัว ให้เป็นดุลพินิจของศาลในการพิจารณา

ทนายความ กล่าวอีกว่า ไม่ได้มองว่าตำรวจกลั่นแกล้งหรือเหมารวมที่ดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ทั้งที่บริษัท ว. และสหายฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องโครงสร้าง แต่มองว่าเป็นอำนาจของตำรวจที่จะสามารถจะทำสำนวนได้ แต่ตนในฐานะทนายความ และตัวแทนผู้ต้องหาจะต้องต่อสู้คดี และนำเสนอพยานหลักฐาน ให้ศาลเล็งเห็นข้อเท็จจริง เพราะศาลยังไม่ได้พิจารณาว่าใครกระทำความผิดในส่วนนี้บ้าง

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีการเกณฑ์พนักงานของบริษัท ว.และสหายฯ ไปถ่ายรูปโปรโมทการก่อสร้างตึก สตง. ประเด็นนี้ตนยังไม่มีข้อมูล

มีรายงานว่า ที่จุดเกิดเหตุ ตึก สตง. ถล่ม เช้าวันนี้บริษัทประกันภัย 4 แห่งที่ สตง. ได้ทำประกันภัยไว้ ได้นำคณะผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวจากต่างประเทศมาลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย และพิจารณาเรื่องโครงสร้างต่างๆ ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้มีการให้ข้อมูลว่าหากตึก สตง. ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานแต่แรก บริษัทประกันภัยจะปฏิเสธการจ่ายเงินประกัน