หนีไม่รอด ตำรวจตามจับแก๊งตระเวนลัก "สายไฟ" ต้นตอไฟดับ ทำชาวบ้านเดือดร้อน เสียหายนับล้านบาท แต่กรรมสนองไฟช็อตมือแหก

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 15 พ.ค. 2568 พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน ร่วมกันจับกุม นายชัยชนะ หรือ โต้ง บุญมั่ง อายุ 38 ปี ชาวบางบอน กทม. นายกิตติศักดิ์ หรือแบงค์ ศรีลาวงษ์ อายุ 27 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ และ นายจักรกฤษ หรือบอล เฮมสันเทียะ อายุ 23 ปี ชาวบางบอน กทม. พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ทะเบียน 8 ขญ 9873 กรุงเทพมหานคร ปลอกสายไฟฟ้าตัดแล้ว 35 เส้น คีมตัดสายไฟ 1 ตัว และยาไอซ์ 1.1 กรัม ยึดได้จากนายชัยชนะ จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ที่บริเวณเคหะบางบอน แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม. ก่อนพาไปค้นของกลางได้ที่ห้องพัก เลขที่ 99/263 ชั้น 4 เคหะบางบอน เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 07.00 น. ร.ต.อ.จำรัส เนื้อไม้ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนเทียน รับแจ้งจากนายวิเชียร จีนโก๊ว อายุ 39 ปี ผู้รับมอบอำนาจจาก นายพิพัฒน์ ชลอำไพ รองผู้ว่าการบริการระบบจำหน่าย การไฟฟ้านครหลวง แจ้งว่า เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายลอบตัดสายไฟบริเวณหน้าร้านบุฟเฟ่ต์ทะเลเผาก่อนถึงโลตัส ซอยเอกชัย 87/1 แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม. มีทรัพย์สินสูญหาย เป็นสายไฟฟ้าแรงสูงขนาดกลาง ความยาว 60 เมตร มูลค่าประมาณกว่า 5 แสนบาท ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา พ.ต.อ.กฤติเดช ผกก.สน.บางขุนเทียน สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบกระทั่งพบเบาะแสว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์ ตระเวนลักสายไฟ และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาศัยอยู่ย่านเคหะบางบอน ติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ 3 ราย หลบหนีไปได้ 2 ราย

...

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุลักตัดสายไฟในพื้นที่บางขุนเทียนและบางบอน และยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 ราย ที่ยังหลบหนี คือ นายกฤษดา สมบูรณ์ อายุ 31 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ และนายอภิสิทธิ์ ศรีลาศักดิ์ อายุ 27 ปี ชาว จ.มุกดาหาร เคยก่อเหตุเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา และประมาณวันที่ 10-11 พ.ค. 2568 ช่วงกลางดึกเวลาตีสอง ที่หน้าร้านบุฟเฟ่ต์ทะเลเผา เอกชัย 87/1 ได้สายไฟฟ้าแรงกลาง รวม 12 เมตร

ทั้งนี้ ยังรับอีกว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อเหตุลักสายไฟฟ้าบริเวณฝั่งตรงข้ามร้านสะดวกซื้อ ปากซอยบางบอน 4 แขวงและเขตบางบอน กทม. แต่ไม่ได้สายไฟไป เนื่องจาก นายกฤติศักดิ์ และ นายกฤษดา ถูกกระแสไฟฟ้าจากสายไฟที่ตัดช็อต รับบาดเจ็บที่บริเวณมือทั้งสองข้าง ทำให้สายไฟใช้การไม่ได้ 3 เส้น ประเมินค่าเสียหายประมาณ 1.5 ล้านบาท และรับว่าเสพยาไอซ์มา

พล.ต.ต.คมสิทธิ์ ผบก.น.9 กล่าวตักเตือนผู้ต้องหาให้กลับตัวกลับใจ และเข้าไปฝึกอาชีพในเรือนจำ เพื่อออกมาประกอบอาชีพสุจริต พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสเนื่องจากเครื่องสาธารณูปโภค เป็นความรับผิดชอบภาพรวมของสาธารณะ เมื่อถูกทำลาย หรือขโมยไปขาย ความเสียหายหลักล้านบาท แต่ผู้ต้องหานำไปขายหลักร้อยหลักพันบาทไม่คุ้มค่า ทำชาวบ้านเดือดร้อน หม้อแปลงระเบิด ไฟฟ้าไม่มีใช้ บางกิจการต้องใช้ไฟฟ้าเกิดความเสียหายด้วย ขอความร่วมมือประชาชนหากพบบุคคลต้องสงสัยอยู่ในจุดไม่ควรอยู่ เช่น เสาไฟฟ้าที่มีเฉพาะเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเท่านั้น หากพบการแต่งกายที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าไปอยู่บริเวณดังกล่าว ให้แจ้งเบาะแสหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ โทร 191 และท้องที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันเหตุ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นแจ้งข้อหาทั้ง 3 ราย ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ที่มีไว้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อให้สะดวกแก่การกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป และนายชัยชนะ ถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองฯ และนายกิตติศักดิ์ และ นายจักรกฤษ ถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.