รวบมือปืนวัย 19 ยิงรัว 15 นัดดับอริรุ่นพี่ วัย 33 ปี ที่เพิ่งออกคุก อ้างถูกขู่ยิงก่อนเลยชิงลงมือ ที่ผ่านมามีเรื่องกระทบกระทั่งกันตลอด หลังก่อเหตุหนีกบดานบ้านพ่อสุราษฎร์
จากกรณีคนร้าย 2 คน ขี่รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ไม่ทราบป้ายทะเบียน มาจอดเปิดประตูโต๊ะสนุก ก่อนใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม. บุกรัวยิง นายกอล์ฟ อายุ 33 ปี ที่เพิ่งออกคุก กระสุนเข้าศีรษะและลำตัวจำนวนหลายนัด ส่งผลให้เสียชีวิต คาบ้านพักในซอยนวลจันทร์ 22 ถนนนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน 15 นัด ก่อนขี่รถ จยย. หลบหนีไปทางปากซอยนวลจันทร์ 22 ถนนนวลจันทร์ โดยคนร้ายแต่งกายมิดชิดสวมเสื้อแจ็คเก็ตดำ กางเกงยีนส์สีดำ ชายคนขับสวมหมวกกันน็อกสีดำ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ต่อมาเวลา 17.30 น. วันนี้ (6 พ.ค.) ที่ สน.โคกคราม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม พร้อมเจ้าหน้าที่สืบนครบาล บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม แถลงจับกุม นายเชฟ อายุ 19 ปี นศ.ปี 2 มือยิง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2648/2568 ลงวันที่ 4 พ.ค. 68 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน และ นายเพ้น อายุ 17 ปี ผู้ขับขี่รถ จยย. คันก่อเหตุ
ด้าน พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวชุดสืบสวนสอบสวนทราบตัวผู้ก่อเหตุตั้งแต่วันแรกหลังเกิดเหตุ ขออนุมัติหมายจับจนกระทั่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
...
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ยิงเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว เป็นกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มผู้ก่อเหตุ กับกลุ่มผู้ตาย ฝ่ายผู้ตายเคยข่มขู่ว่าจะยิงนายเชฟ เลยตั้งใจจะขับรถมาสอบถามว่า ผู้ตายพูดจริงหรือเปล่า ประกอบกับพกอาวุธปืนมาด้วย
แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุคิดได้ว่า หากไม่ลงมือก่อน ตนอาจจะเป็นคนถูกยิงเองก็ได้ เลยชิงลงมือเสียก่อน ส่วนอาวุธปืนสั่งซื้อมาจากช่องทางออนไลน์ราคา 38,000 บาท หลังจากก่อเหตุกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นำปืนไปทิ้งที่บึงกุ่ม โดยใช้เส้นทางหลบหนีทางเส้นพระราม 2 โดยมีผู้พาหลบหนีขับรถมารับเป็นช่วง ๆ แล้วไปหาพ่อที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
"มูลเริ่มต้นประมาณปลายเดือน ธ.ค. 67 ที่นายกอล์ฟ ผู้เสียชีวิต ที่เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ แล้วในเดือน ม.ค.68 นายเชฟ กับพวก ได้มีปัญหากับพรรคพวกผู้เสียชีวิต แล้วเกิดเหตุไล่ยิงกันในพื้นที่ สน.คันนายาว ทำให้น้าชายของ นายเชฟ ออกมาช่วยถูกยิงได้รับบาดเจ็บ
หลังจากเหตุการณ์นั้นผู้ตายเป็นรุ่นพี่ของคู่อรินายเชฟ ก็ได้ตามมาเอาคืนตลอด ต่อมาช่วงเทศกาลสงกรานต์ ช่วง เม.ย. 68 ที่ผ่านมา กลุ่มน้องสาวของนายเชฟ ได้มีปัญหากับพรรคพวกผู้เสียชีวิต ทำให้น้องสาวของนายเชฟ ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ ทำให้เกิดความแค้นกรณีดังกล่าว
จนกระทั่งต้นเดือน พ.ค. น้าของนายชนิตพล หรือ เชฟ ทราบว่าผู้ตายพักอาศัยในที่เกิดเหตุ จึงได้ขออาวุธปืนจาก นายเชฟ เพื่อมาก่อเหตุ แต่นายเชฟ เห็นว่าน้าชายของตนเองมีลูกเล็ก กลัวว่าหากก่อเหตุถูกดำเนินคดี จะไม่มีใครช่วยดูแลลูกของน้าชาย จึงอาสาของลงมือก่อเหตุ เนื่องจากมีความแค้นสะสม วันเกิดเหตุจึงได้ให้ นายเชฟ รุ่นน้องคนสนิทขับขี่จักรยานยนต์ไปก่อเหตุยิงดังกล่าว ทราบเบื้องต้นว่าเป็นเยาวชน ในตอนนี้ทางชุดสืบสวนกำลังนำหลักฐานไปขออนุมัติศาลเด็กและเยาวชนในการออกหมายจับต่อไป" พล.ต.ท.สยามกล่าว
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ทางพนักงานสอบสวน เร่งสอบปากคำผู้ก่อเหตุโดยยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การผู้ต้องหา และขยายผลหาถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดำเนินคดีตามกฎหมายทุกคดีต่อไป
ขณะที่พ่อของนายเชฟ มือยิง อดีตนักมวยดีกรีแชมป์ เปิดเผยว่า หลังจากก่อเหตุลูกชายได้โทรศัพท์หา แต่ไม่ได้บอกว่าไปก่อเหตุอะไรมา ต่อมาตนทราบเรื่อง เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานมาตนจึงได้ขอให้ลูกเข้ามอบตัว เพราะถ้าลูกจะหนีต้องหนีไปถึง 20 ปี จนหมดอายุความ กลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้ากันอีก แต่ถ้าหาก ยอมรับ โทษไปตามกฎหมายก็ยังมีโอกาสที่จะได้ออกมาเจอกัน ซึ่งตนก็ได้บอกกับลูกชายว่าให้ยอมรับในสิ่งที่ทำขอให้ลูกชายขอโทษกลับญาติของผู้เสียชีวิตซึ่งตนก็ขอเป็นตัวแทนของลูกชายขอโทษญาติผู้เสียชีวิตด้วย
...
ทั้งนี้ลูกชายของตนเป็นคนนิสัยดีไม่ได้เป็นคนเกเร ส่วนรายละเอียดว่าสาเหตุใดลูกชายถึงก่อเหตุนั้นลูกชายไม่ได้เล่าให้ฟัง ซึ่งในฐานะที่ตนเองเป็นพ่อนั้นก็ยอมรับว่าเป็นห่วงลูกมาก.