ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 พิพากษาจำคุก “กิจ หลีกภัย” อดีตนายก อบจ.ตรัง 3 ปี 4 เดือน ปรับ 6.8 หมื่น แต่รอลงอาญา 2 ปี คดีทุจริตเช่าท่าเทียบเรือนาเกลือเพื่อใช้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล เผยยังมีคดีค้างถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีจัดซื้อที่ดินท่าเทียบเรือนาเกลือราคาสูงเกินจริงอีก 1 คดี อยู่ระหว่างรอคำพิพากษา
ตามที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 พิพากษาให้ “นายกิจ หลีกภัย” อดีตนายก อบจ.ตรัง ในวัย 89 ปี พี่ชาย ‘นายหัวชวน หลีกภัย’ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง ทุจริตเรื่องการเช่าท่าเทียบเรือนาเกลือ เพื่อใช้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ภายหลังจากถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ขณะเดียวกัน ‘นายกิจ หลีกภัย’ ยังคงมีคดีที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด กรณีจัดซื้อที่ดินท่าเทียบเรือนาเกลือ ที่มีราคาสูงเกินจริง ซึ่งยังอยู่ระหว่างรอคำพิพากษา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ร่วมกันเปิดเผย “ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 พิพากษาคดี นายกิจ หลีกภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง ทุจริตเรื่องการเช่าท่าเทียบเรือนาเกลือเพื่อใช้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล” ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ว่าการกระทำของนายกิจ หลีกภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 กรณีทุจริตเกี่ยวกับการทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือและอาคาร ประกอบ ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง เพื่อใช้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล เนื่องจากจะต้องขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่า และต้องมีอัตราค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการและค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการลำเลียงขนถ่ายสินค้า รวมทั้งไม่ได้เสนอขอมติจากสภา อบจ.ตรัง ไม่ได้ขอความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และไม่ได้ดำเนินการโดยการประมูล
...
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการให้เอกชนกระทำกิจการขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2541 จนมีเหตุให้ไม่สามารถเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมที่ออกใบแจ้งหนี้ไว้ก่อนตราข้อบัญญัติและไม่สามารถนำเงินค่าตอบแทนในส่วนของการบันทึกข้อตกลงกับ บริษัท ชูไก จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นรายได้ของ อบจ.ได้ และในขณะเดียวกันยังให้บริษัทเอกชนดำเนินการให้บริการเครื่องจักรในแต่ละวันใช้เครื่องจักรประมาณ 5 - 8 คัน และเครื่องจักรดังกล่าวจะจอดประจำอยู่ในพื้นที่ของท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือโดยตลอด ไม่มีการนำเครื่องจักรเข้า-ออกแต่อย่างใดและปรากฏว่า อบจ.ตรัง ได้เก็บเพียงค่าธรรมเนียมการใช้บริการจากบริษัท ชูไก จำกัด (มหาชน) เพียงค่าบริการรถยกตู้สินค้าและค่าบริการรถปั้นจั่น โดยที่ไม่ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนของเครื่องจักรกลที่บริษัท ชูไก จำกัด (มหาชน) นำมาไว้ในพื้นที่เขตท่าเรือเกิน 24 ชั่วโมง นั้น
เกี่ยวกับคดีดังกล่าว ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 “จึงพิพากษาให้จำเลยจำคุก 5 ปี และปรับ 120,000 บาท การสืบพยานของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 68,000 บาท โทษจำคุกรอไว้ 2 ปี”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 27 ก.พ.67 ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ยังได้มีการชี้มูลความผิด นายกิจ หลีกภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง กับพวก รวม 13 รายมาแล้วในเรื่องจัดซื้อที่ดิน เพื่อนำมาก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ (ท่าเรือตรัง) ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง มีราคาสูงเกินจริง ซึ่งคดีดังกล่าวนี้ยังอยู่ในขบวนการยุติธรรม ภายหลังจากทาง ป.ป.ช.ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายกิจ หลีกภัยแล้ว โดยอยู่ในระหว่างรอผลการพิพากษาอยู่อีก 1 คดี
สำหรับ นายกิจ หลีกภัย ปัจจุบันอายุ 89 ปี เป็นพี่ชายของนาย ชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ และอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกิจนั้น ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง มายาวนานถึง 25 ปี หรือกว่า 5 สมัย ต่อมามี นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ มาดำรงตำแหน่งต่อจนถึงปัจจุบันนี้เป็นสมัยที่ 2.