ทนายผู้กำกับโจ้ เผยรอผลนิติเวชชันสูตรซ้ำรอบ 2 คาดใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ จะทราบผลตรวจเลือดและชิ้นเนื้อ ยืนยัน ผกก.โจ้ ไม่ได้มีอาการป่วยทางจิตเวช ที่ผ่านมาพูดคุยแต่เรื่องของคดีความ ไม่ทราบและไม่ขอออกความเห็นเรื่องคำสั่งย้ายผู้คุมและผ้าขนหนู

กรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้ ผู้ต้องหาใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดเสียชีวิตในโรงพัก สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยอดีตตำรวจคนดังก่อเหตุใช้ผ้าขนหนูผูกคอเสียชีวิตในห้องขังหมายเลข 50 ตึกนอนแดน 5 เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อคืนวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ชี้แจงไม่มีใครทำร้าย ส่งศพชันสูตรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ระบุสาเหตุการตายเพราะขาดอากาศหายใจ จากการทำร้ายตัวเอง ญาติยังติดใจการตาย ก่อนส่งศพชันสูตรซ้ำที่รพ.จุฬาฯ ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

ต่อมาเวลา 15.40 น. วันที่ 10 มีนาคม 2568 ที่ตึกภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายวีรศักดิ์ นาคิน ทนายความของอดีตผกก.โจ้ กล่าวว่า ภายหลังจากพบแพทย์ภาควิชานิติเวช คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสร็จแล้วขณะนี้ต้องรอผลจากการที่แพทย์นำเลือดและชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาและพิษวิทยา ก่อนที่แพทย์จะทำรายงานส่งไปยังพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น คาดว่าผลน่าจะออกภายในประมาณ 2-3 สัปดาห์ ทำให้ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า ผลการตรวจเบื้องต้นของครั้งที่ 2 นี้เป็นอย่างไร ต้องรอผลที่เป็นรายงานจากแพทย์นิติเวชทีเดียว ส่วนที่ครอบครัวมาพบกับแพทย์วันนี้ เพื่อพูดคุยเบื้องต้นว่า ผลการตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมเมื่อวานนี้นั้นเป็นอย่างไร ครอบครัวก็ไม่ได้ส่งประเด็นข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมไปยังแพทย์ภาควิชานิติเวช คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลังจากนี้ หากผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวช ครั้งที่ 2 เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ถึงค่อยมาดูอีกทีว่ายังมีข้อสงสัยอะไรอีกหรือไม่ แต่คงไม่ส่งไปชันสูตรรอบที่ 3 ที่ไหนอีกแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นพิธีสวดอภิธรรมศพจะเก็บร่างเอาไว้ก่อน เป็นไปตามความประสงค์ของครอบครัว

...

ทั้งนี้ จากกรณีที่เมื่อเช้านี้มีรายงานข่าวว่า แพทย์นิติเวชได้มีการสแกนร่าง ผกก.โจ้ เบื้องต้นนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เช่นเดียวกับที่มีรายงานข่าวว่า แพทย์ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ้างว่ามีความเห็นว่า ผกก.โจ้ ฆ่าตัวตายนั้น ยังไม่เป็นความจริง เพราะต้องรอรายงานผลอย่างละเอียดก่อน

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่เมื่อคืนนี้ กรมราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของ ผกก.โจ้ ทนายความบอกว่า ยังไม่ได้มีการอ่านแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว แต่ประเด็นที่อ้างว่า ผกก.โจ้ มีอาการป่วยทางจิตเวช ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะญาติได้ไปเยี่ยมทุกสัปดาห์ พบว่า ผกก.โจ้ มีอาการปกติและทุกครั้งที่ตนเข้าไปเยี่ยมกับพูดคุยกับ ผกก.โจ้ มีสติสัมปชัญญะปกติ พูดคุยแต่เรื่องของคดีความ ผกก.โจ้ ยังคงรอเรื่องของการอุทธรณ์ในชั้นศาล ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องของทรัพย์สิน ผกก.โจ้ ที่อยู่ด้านนอกแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถาม วันที่ ผกก.โจ้ เสียชีวิตนั้น ได้มีใครไปเยี่ยมหรือไม่ ทนายกล่าวว่า มีเพียงแค่ภรรยาและเพื่อนที่เข้าไปเยี่ยม เพื่อนคนดังกล่าวก็คือข้าราชการตำรวจ ส่วนประเด็นที่เป็นการพูดคุยเรื่องอะไรนั้น รวมทั้งมีคำพูดที่ไปสะกิดใจ ผกก.โจ้ หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ

นอกจากนี้ จากประเด็นที่กรมราชทัณฑ์แถลงการณ์อ้างว่า ผกก.โจ้ นำกล้องของทางเรือนจำไปใช้โดยไม่อนุญาต ต้องนำเรื่องดังกล่าวไปพูดคุยกับญาติ แต่ตนไม่เคยได้ยินเรื่องราวดังกล่าว แต่ประเด็นดังกล่าวจะนำมาสู่การที่ ผกก.โจ้ ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและถูกย้ายไปแดน 5 หรือไม่ ตนยังไม่ทราบ เช่นเดียวกับประเด็นที่อ้างในแถลงการณ์ว่า ผกก.โจ้ ขอยุติเรื่องการสอบสวนกรณีถูกทำร้ายร่างกาย เรื่องนี้ต้องสอบถามญาติเช่นเดียวกัน

อีกทั้งประเด็นเรื่องผ้าขนหนู ที่ล่าสุดกรมราชทัณฑ์เปิดเผยขนาดของผ้าเมื่อคืนที่ผ่านมา เรื่องนี้ตนยังไม่เห็นเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน ตนไม่สามารถเข้าไปยังที่เกิดเหตุที่ ผกก.โจ้ เสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน เลยไม่เห็นขนาดผ้าของจริง

ทนายความเผยต่อว่า ยืนยันว่า ครอบครัวไม่ได้ถูกกรมราชทัณฑ์หรือมีผู้ใหญ่สั่งไม่ให้พูดหรือออกมาให้ข่าวในช่วงนี้ ส่วนกรณีที่เรือนจำมีคำสั่งย้ายผู้คุมที่เคยมีปัญหากับ ผกก.โจ้ ตนเพิ่งรับทราบจากข่าวและคงไม่ให้ความเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวนั้นเป็นไปเพื่อลดกระแสสังคมหรือไม่ เพราะมองว่าเป็นการทำตามขั้นตอนกระบวนการของราชการ ส่วนกรณีที่น้องสาวของ ผกก.โจ้ ทำหนังสือขอให้ย้ายรักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมนั้น เป็นไปตามเอกสารที่ตนได้รับ

ภายหลังจบการสัมภาษณ์ ทนายความได้รีบเดินทางออกจาก รพ.จุฬาลงกรณ์ ทันที เพื่อไปร่วมพิธีศพ ผกก.โจ้ ที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน