ผู้บังคับการ น.4 เตรียมเอาผิดทางวินัย "พนักงานสอบสวน" ปมแนะนำครอบครัว "สาวเอนฯ" รับเงิน 5 แสนจบคดี ยืนยันจะเร่งติดตามตัวคนจีนผู้ก่อเหตุมารับโทษให้เร็วที่สุด

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ไอรดา หรือ ไอ โพธาราม อายุ 22 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด สาวเอนเตอร์เทน ที่น็อกเสียชีวิตคาโรงแรมมอร์ฟ แบงค็อก ซอยโยธินพัฒนา 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. โดยแม่ผู้ตายหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากได้ทราบข้อมูลว่า "น้องไอ" ได้รับการว่าจ้างจากโมเดลลิ่งให้ไปดูแลลูกค้าชาวจีน ระบุลักษณะงานว่า ต้องเสพสารเสพติด แต่หลังเกิดเรื่องตำรวจปิดข่าวเงียบ จนเพจข่าวออกมาแฉ ขณะที่โมเดลลิ่งสาวซึ่งเป็นผู้รับงานให้ มีแฟนเป็นตำรวจ มาเจรจาให้เลือกระหว่างรับเงินเยียวยา 5 แสนบาท หรือดำเนินคดีถึงที่สุด แถมพูดจาข่มว่า คนตายรับงานเองโอกาสแพ้คดีสูง ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 18 ก.พ. 68 พลตำรวจตรีธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการแบ่งชุดทำงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องของการดำเนินคดีอาญา และส่วนที่ 2 เป็นเรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เบื้องต้นวันนี้ได้มีการเชิญพบตัวผู้เสียหายเข้ามาสอบปากคำ ในประเด็นเรื่องของการพูดคุยกันในระบบไลน์ ว่ามีใครเกี่ยวข้องในเรื่องนี้บ้าง ซึ่งในวันนี้ เรื่องพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ตามขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ในสิ่งที่มีพนักงานสอบสวน ได้กระทำลงไปแล้วเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ เนื่องจากมีหลักฐานปรากฏอยู่ใน LINE ที่มีการพูดคุยกัน โดยจะต้องทำให้ปรากฏข้อมูลที่ชัดเจนว่า เป็นการคุยเรื่องอะไรกัน ซึ่งเข้าข่ายมีความผิดทางวินัย โดยเรื่องการขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นเรื่องส่วนตัว โดยปกติพนักงานสอบสวนสามารถที่จะแนะนำการดำเนินการข้อกฎหมายต่างๆ ได้ ถ้าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

...

แต่หากให้ข้อมูลว่า คดีนี้มีการจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายเรียบร้อยแล้ว จะไม่มีการดำเนินคดี ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ เพราะเป็นการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีการจ่ายเงินชดใช้อย่างไรก็ตาม ก็ไม่มีผลเกี่ยวกับคดี แต่ถ้าเป็นคดีอุบัติเหตุรถยนต์ มีการชดใช้จนฝั่งผู้เสียชีวิตพึงพอใจในการพิจารณาของศาล อาจจะเมตตาลงโทษน้อยลงได้ แต่การฆ่าผู้อื่นเป็นคนรับประเด็นกัน เนื่องจากอัตราโทษสูง

สำหรับข้อสงสัยเรื่องพยาน 4 คน ที่มีการมาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่าเป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่มีการสอบปากคำพนักงานสอบสวน เนื่องจากต้องไล่เรียงการสอบปากคำ ตั้งแต่โมเดลลิ่ง แฟนของโมเดลลิ่ง ร้อยเวร และตำรวจที่รู้จักกับร้อยเวร ซึ่งสอบปากคำไปทั้งหมดแล้ว และกำลังจะมาถึงขั้นตอนสอบปากคำพนักงานสอบสวนนายนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ครอบครัวจะไม่ติดใจเรื่องของพนักงานสอบสวน แต่ทางผู้บังคับบัญชา ติดใจเรื่องการทำหน้าที่อยู่ จึงต้องดำเนินการตามระเบียบของตำรวจ เนื่องจากต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ และตอบคำถามครอบครัวผู้เสียชีวิตให้ได้

ส่วนเรื่องนางสาวริ ผู้ทำหน้าที่คัดกรองงานเอนเตอร์เทนลูกค้า ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเชิญตัวมาให้ข้อมูลที่ สน.โชคชัย ซึ่งเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน แต่หากพบพฤติกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับการติดตามตัวคนจีนผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตำรวจก็พยายามทำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งข้อมูลของคนจีนจะเป็นระดับผู้ค้ายาหรือไม่นั้น ยังไม่ปรากฏข้อมูลชัดเจน แต่ในทางคดียืนยันว่า เป็นผู้เสพยาเสพติดอย่างแน่นอน โดยตำรวจมั่นใจว่าการหลบหนีของคนจีนผู้ก่อเหตุ มีผู้ให้การช่วยเหลือ เพราะผู้ก่อเหตุสามารถพูดภาษาไทยได้ พร้อมกับพบว่า วันที่มีการเปิดห้องพัก ไม่ได้ใช้ชื่อตัวเองในการเปิดห้อง ใช้ชื่อผู้อื่น แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีกลุ่มเพื่อนให้ความช่วยเหลือ และหลังเกิดเหตุ ก็ยังมีการติดต่อเพื่อนให้มารับ ซึ่งข้อมูลทั้งหมด ตำรวจรวบรวมไว้หมดแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการสอบปากคำใครเพิ่มเติม เนื่องจากต้องได้ตัวคนจีนผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีก่อน

ขณะที่ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ติดต่อไปยังนางสาวริ ซึ่งระบุว่าตัวเองรู้จักกับ นางสาวไอรดา ผู้เสียชีวิต บอกว่าตัวเองทำหน้าที่คัดกรองงานเอนเตอร์เทนลูกค้า คอยดูว่างานได้อันตรายหรือปลอดภัย ก่อนส่งเด็กสาวไปทำงาน โดยได้เข้ามาพบกับตำรวจฝ่ายสืบสวนโชคชัยที่ชั้น 3 เพื่อให้ถ้อยคำขั้นต้นในฐานะพยาน.