ตำรวจภาค 1 สนธิกำลังสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตรวจยึดซิมบ็อกซ์ 4 เครื่องซุกอยู่ในคอนโดย่านสุขุมวิท 64 หลังแกะรอยคดีหลอกโอนเงินที่น่าน สมุทรปราการ และจังหวัดทางภาคใต้ พร้อมคุมตัวชาวเมียนมา 2 คน สอบปากคำเพิ่มเติม หลังอ้างไม่รู้ใครนำซิมบ็อกซ์มาติดตั้ง
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.สส.1 พ.ต.ท.กิตติพนธ์ สัฆพันธ์ รอง ผกก.กก.สส.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.สมุทรปราการ ได้นำหมายค้นศาลอาญาพระโขนงที่ ค.6/2568 ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 เข้าทำการตรวจค้นห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 64 แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้รับประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 และ สภ.เรือง อ.เมือง จ.น่าน ว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความหลังถูกมิจฉาชีพโทรมาหลอกว่า บัญชีพัวพันการฟอกเงิน ให้โอนเงินไปตรวจสอบ 100,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อและกลัวจะถูกดำเนินคดี ได้โอนเงินไปยัง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี สุรสิท สรดี จำนวน 100,000 บาท
...
เมื่อตำรวจตรวจสอบความเชื่อมโยงของบัญชีธนาคารพบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ ในลักษณะเดียวกันอีก 2 คดี ในพื้นที่ สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และ จ.หนึ่งในภาคใต้ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 500,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบพบว่าห้องพักแห่งนี้ใช้เป็นที่ติดตั้งเครื่องซิมบ็อกซ์ จึงได้มีการเฝ้าสังเกตการณ์ และขอหมายค้นตรวจสอบ
จากการผลตรวจค้นห้องพักพบของกลางหลายรายการ ทั้งเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ ซิมบ็อกซ์ จำนวน 4 เครื่อง 1 เครื่องสามารถใส่ได้ 32 ซิม และใน 1 เครื่องสามารถโทรออกได้ 6,000 - 8,000 ครั้งต่อวัน ซึ่งแสดงว่า 4 เครื่อง 128 ซิม สามารถโทรออกได้มากกว่า 800,000 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้ยังมีโมเด็มต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต จำนวน 2 เครื่อง กล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 1 ใบ จึงได้ตรวจยึดไว้ของกลางทั้งหมด พร้อมให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจเก็บ ดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือแฝง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง
โดยก่อนหน้าตำรวจสืบสวนภาค 1 ได้ตรวจยึดซิมบ็อกซ์ มาแล้ว 5 ครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะเป็นชาวเมียนมา เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ามีบุคคลเป็นชาวผิวสี เข้ามาติดตั้งซิมบ็อกซ์ และอุปกรณ์ ก่อนเดินทางออกไป ตำรวจอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับคนที่เกี่ยวข้องต่อไป
จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า มีหญิงชาวเมียนมา 2 คน ชื่อ น.ส.สิงห์โรคาน อายุ 33 ปี และน.ส.คินธี ซาร์ ลินมา อายุ 24 ปี ให้การอ้างว่า ได้มาขอเช่าห้องพักกับเจ้าของห้องคนไทย และได้ปล่อยเช่าห้องพักเป็นรายวันต่อให้กับญาติผู้ชาย ชาวเมียนมา ที่เป็นโปรแกรมเมอร์ มาเช่าเมื่อวันที่ 10 ม.ค.68 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นญาติที่เป็นโปรแกรมเมอร์ ได้บินไปต่างประเทศ อินโดนีเซีย และประเทศสิงคโปร์
โดยญาติผู้ชาย ได้ปล่อยห้องเช่าต่อให้คนร้าย วันละ 1,000 บาท โดยหญิงชาวเมียนมาทั้ง 2 คนอ้างว่า ไม่รู้เห็นว่าใครเป็นผู้ที่นำซิมบ็อกซ์เข้ามาติดตั้งไว้ที่ห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม โดยประสานล่ามแปลภาษามาแปลขณะสอบปากคำ
พฤติกรรมดังกล่าว กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องมีความผิดฐาน “ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” เจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจค้นจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
ระหว่างที่ตำรวจกำลังตรวจยึดของกลาง หญิงเจ้าของห้องคนไทยทราบเรื่องได้เดินทางมาที่ห้องของตัวเอง ถึงกับช็อก ไม่คิดว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะมาขอเช่าติดตั้งเครื่องซิมบ็อกซ์ ใช้หลอกลวงประชาชน พร้อมให้ข้อมูลทั้งหมดกับตำรวจ