“ชุดสืบสวนนครบาล” ตามแกะรอยขบวนการค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ ตามรวบผู้ต้องหาพร้อมรถ 2 คัน ขณะขนทั้งเครื่องยิงระเบิดแบบเอ็ม 79 ปืนอาก้า และเครื่องกระสุนปืนสงครามอีกเกือบพันนัด ผู้ต้องหาอ้างแค่รับจ้างขนอาวุธสงครามจากพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว มาส่งให้ลูกค้าใน จ.สมุทรสาคร ได้ค่าจ้างครั้งละ 2 หมื่นบาท เร่งขยายผลล่าทั้งหัวหน้าขบวนการค้าอาวุธสงคราม และลูกค้าคนสั่งซื้อ
ชุดสืบสวนนครบาลบุกจับกุมพ่อค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 00.05 น.วันที่ 25 ม.ค. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รรท.ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธีระเดช อธิภัคกุล รรท.ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร พร้อมชุดสืบสวนตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.บช.น.ร่วมกันจับกุมเครือข่ายค้าอาวุธสงคราม หลังติดตามความเคลื่อนไหวมาระยะหนึ่งพบว่า คนร้ายใช้รถยนต์นิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียน งข 4109 ชลบุรี และรถยนต์อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน กล 2840 ฉะเชิงเทรา เป็นพาหนะนำของกลางไปส่งให้ลูกค้า เมื่อติดตามไปถึงภายในซอยสันติปรีชา ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นที่เปลี่ยวไม่มีคนพลุกพล่าน ถ้าเกิดการปะทะจะไม่ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ตัดสินใจแสดงตัวเข้าจับกุมคนร้ายในรถคันแรกได้ 1 คน ส่วนคนร้ายอีก 2 คน ที่อยู่ในรถคันที่ 2 วิ่งหลบหนีไปได้ท่ามกลางความมืด
สอบสวนเบื้องต้นทราบชื่อ นายภัทรกร คุ้มแว่น อายุ 28 ปี ชาว จ.นนทบุรี คุมตัวผู้ต้องหาตรวจค้นภายในรถทั้ง 2 คัน พบของกลางเครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 (M79) 1 กระบอก ปืนอาก้า 6 กระบอก แมกกาซีน 17 อัน เครื่องกระสุนปืนขนาด 7.62 ประมาณ 8,000 นัด และเครื่องกระสุนปืนกลขนาดเอ็ม 60 (M60) ประมาณ 500 นัด แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ผู้ต้องหารับว่า กำลังขับรถขนอาวุธสงครามทั้งหมดไปส่งให้ลูกค้าตามการสั่งซื้อ
...
พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ระดมกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง รวมทั้งกวาดล้างผู้ที่ลักลอบค้าอาวุธปืน อาวุธสงคราม และเครื่องกระสุนปืน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้สืบสวนหาข่าวกลุ่มผู้ค้าลักลอบขายปืนเถื่อนรายใหญ่ เพื่อป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดในพื้นที่
“ชุดสืบนครบาล (IDMB) กก.สส.2 บก.สส.บช.น. เฝ้าติดตามแก๊งค้าอาวุธสงครามมาเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากก่อนหน้านี้ตำรวจสืบนครบาลเข้าตรวจค้นที่บ้านของผู้ต้องหาคนดังกล่าว แต่ไม่พบของกลาง จากการตรวจสอบประวัติพบเคยถูกแจ้งข้อหาการครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมายในพื้นที่ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ติดตามสืบสวนแก๊งค้าอาวุธปืนกลุ่มนี้กระทั่งทราบว่า วันที่ 24 ม.ค. ช่วงเวลากลางคืนจะมีการลักลอบขนย้ายอาวุธสงครามเพื่อนำไปจำหน่าย ติดตามสะกดรอยตามแก๊งดังกล่าวพบรถต้องสงสัย 2 คัน จอดอยู่บริเวณที่จับกุม ชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นภายในรถพบอาวุธปืนและอาวุธสงครามเป็นจำนวนมาก มีการตกแต่งพ่นสีให้ดูใหม่ และยังอยู่ในสภาพใช้การได้” รอง ผบช.น.กล่าว
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวด้วยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับอาวุธปืนทั้งหมดมาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้านบริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนจะนำเข้ามายังจุดพักในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นสถานที่ที่เตรียมไว้และจะนำส่งขายต่อไปยังปลายทาง ก่อนหน้านี้เคยลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาแล้ว 2-3 ครั้ง อ้างว่าได้ค่าจ้างเป็นรายครั้ง ครั้งละ 20,000 บาท สำหรับช่องทางการขาย เป็นการติดต่อโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ราคาขายอยู่ที่ราคา 40,000-60,000 บาท อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตำรวจจะขยายผลสืบสวนหาตัวการผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่