น้องสาวและเพื่อนผู้เสียหาย ร้องเพจสายไหมต้องรอด ถูกคนขับแท็กซี่ใช้มีดฟันหัว ต้องเย็บกว่า 20 เข็ม กะโหลกร้าว เลือดคั่งในสมอง หลังมีปากเสียง ขอจอดรถอ้วกข้างทาง โชเฟอร์จะเอา 500 ค่าเสียเวลา ไม่รวมค่าโดยสาร อีกฝ่าย ต่อรองให้ได้แค่ 200 สุดท้ายบานปลาย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2567 ที่เพจสายไหมต้องรอด ซอยสายไหม 38 เขตสายไหม น.ส.สุภาวดี คำสง่า อายุ 29 ปี และ น.ส.อิสราภรณ์ ทองอุทัยศิริสกุล เพื่อน อายุ 36 ปี เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณี น.ส.วันเพ็ญ คำสง่า หรือ ปุ้ย อายุ 43 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์ พี่สาว น.ส.สุภาวดี ถูกนายประกาศ บุญหลัง อายุ 50 ปี โชเฟอร์แท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีส้ม ทะเบียน ทฬ 1993 กรุงเทพมหานคร ใช้อาวุธมีดฟันศีรษะ เย็บกว่า 20 เข็ม กะโหลกร้าว เลือดคั่งในสมอง นิ้วมือทั้ง 2 ข้างถูกฟัน ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.นพรัตน์ฯ สาเหตุนายประกาศไม่พอใจ น.ส.วันเพ็ญ ผู้โดยสารอาเจียนใส่ถุงบนรถแท็กซี่ เนื่องจากมึนเมาสุรา และไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องค่าเสียหาย เหตุเกิดบนฟุตปาทใกล้ซอยลาดพร้าว 42/2 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. เมื่อเวลา 01.40 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา
น.ส.อิสราภรณ์ ทองอุทัยศิริสกุล เพื่อน น.ส.วันเพ็ญ กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนไปจัดงานวันเกิดตัวเองที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในศูนย์การค้าซีดีซี ย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม มีเพื่อนชายชาวสิงคโปร์ น.ส.วันเพ็ญ คนเจ็บ และกลุ่มเพื่อนอีกจำนวนหนึ่ง หลังเลิกสังสรรค์ช่วงตีหนึ่งกว่าวันที่ 11 ส.ค. ตนพร้อมเพื่อนชายชาวสิงคโปร์ และ น.ส.วันเพ็ญ เรียกรถแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันให้มารับ มีโชเฟอร์แท็กซี่ ทราบชื่อภายหลังตรวจสอบจากแอปฯ ที่เรียกและป้ายชื่อในรถ นายประกาศ มารับ น.ส.วันเพ็ญ มีอาการมึนเมานั่งหน้าคู่คนขับ ตนกับเพื่อนชาวชาวสิงคโปร์นั่งเบาะหลัง โดยโชเฟอร์แท็กซี่ที่มารับมีอาการหงุดหงิด ตั้งแต่ก่อนจะมาถึงจุดรับแล้ว เพราะหาจุดรับไม่เจอ มีการตะคอกใส่ น.ส.วันเพ็ญ ที่เมา
...
หลังออกรถโชเฟอร์ก็ยังบ่นตลอดทาง จน น.ส.วันเพ็ญ ขอให้จอดรถ เพราะจะอาเจียน ไม่อยากอาเจียนในรถ โชเฟอร์ก็จอดให้ ลงจากรถไปอาเจียน ระหว่างนั้นโชเฟอร์ทำทีมาเช็ดประตูรถ แล้วบ่นว่าเสียเวลา หลังอาเจียนเสร็จ น.ส.วันเพ็ญ ขึ้นรถ จากนั้นขับต่อไปสักพัก จะมีอาเจียนอีกรอบ โชเฟอร์หยิบถุงพลาสติกมาให้ แต่ไม่ยอมจอดรถ น.ส.วันเพ็ญ เปิดกระจก และอาเจียนใส่ถุง ซึ่งอาเจียนก็ไม่ได้โดนรถแต่อย่างใด แต่โชเฟอร์จะเรียกค่าเสียเวลาที่ต้องจอดรถอาเจียน 500 บาท ไม่รวมค่าโดยสาร ตนกับเพื่อนก็แย้งไปว่า หากอาเจียนใส่รถยินดีจะจ่ายค่าล้างรถ และค่าเสียเวลา แต่นี่ไม่ได้อาเจียนเปื้อนรถ ขอต่อรองเหลือ 200 บาท แต่คนขับแท็กซี่ไม่ยอม และเกิดการโต้เถียงกัน
สุดท้าย ตนกับเพื่อนให้แท็กซี่จอดระหว่างทางบริเวณจุดเกิดเหตุ และจ่ายค่าเสียเวลา 200 บาท ส่วนค่าโดยสารตัดบัตรเครดิตไปตั้งแต่แรก ก่อนขอลงจากรถ แต่อาจจะปิดประตูรถเสียงดังด้วย ทำให้โชเฟอร์ไม่พอใจหยิบมีดยาวมาไล่ฟัน น.ส.วันเพ็ญ เข้าที่ศีรษะ 2-3 ครั้ง
“ปุ้ยพยายามเอาแขนขึ้นมากัน ส่วนตนพยายามตะโกนห้ามให้หยุด แต่อีกฝ่ายจะฟันต่อ รถแท็กซี่ที่ขับตามหลังมาต้องบีบแตรดังลั่น นายประกาศผู้ก่อเหตุกลับขึ้นรถแท็กซี่ขับหลบหนีไป”
น.ส.อิสราภรณ์ กล่าวต่อว่า น.ส.วันเพ็ญ ถูกมีดฟันศีรษะต้องเย็บกว่า 20 เข็ม นิ้วมือทั้ง 2 ข้างมีร่องรอยการถูกฟันและหักด้วย ต้องใส่เฝือก และเย็บอีก 2 เข็ม หมอเอกซเรย์ศีรษะพบมีเลือดคั่งในสมอง และกะโหลกร้าวเย็บ 20 ต้องนอนดูอาการอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาล
ด้านคดี ครอบครัวของ น.ส.วันเพ็ญ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.โชคชัย ไปแล้ว เพื่อให้ดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่า แต่จุดเกิดเหตุยังไม่ชัดเจน ทำให้คดียังไม่คืบหน้า นอกจากนี้พวกตนยังได้ประสานไปยังแอปพลิเคชันต้นสังกัดที่เรียกรถแท็กซี่ แต่แอปฯ เพียงแค่ระงับบัญชีโชเฟอร์แท็กซี่รายนี้ และเมื่อเจ้าหน้าที่แอปฯ โทรสอบถามข้อเท็จจริงกับโชเฟอร์แท็กซี่ โชเฟอร์กลับปฏิเสธให้ความร่วมมือหรือให้ข้อมูลใดๆ ตนจึงนำเรื่องราวไปโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กของแอปพลิเคชันเรียกรถ เพื่อขอคำปรึกษา แต่แอดมินกลุ่มก็ไม่อนุมัติโพสต์ให้ ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงมาร้องต่อเพจสายไหมต้องรอด
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด บอกว่า กรณีแบบนี้โชเฟอร์แท็กซี่ควรต้องเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ เพราะเป็นการให้บริการประชาชน เมื่อขับรถกลางคืนก็ต้องเจอคนเมาเป็นเรื่องปกติ จะเอามีดไล่ฟันแบบนี้ไม่ได้ หากเขาไม่จ่ายค่าทำความสะอาดรถ หรือค่าเสียหาย ควรจะไปแจ้งความผู้โดยสารกับตำรวจ ไม่ใช่เอามีดยาวไปไล่ฟัน แล้วมีดยาวขนาดนั้นพกไว้ในรถด้วยเหตุใด และนอกจากต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่สาธารณะแล้ว ควรตรวจสารเสพติดโชเฟอร์คนนี้ด้วย เพราะอารมณ์ดูไม่ปกติ
เบื้องต้นตนประสานไปที่ ผกก.สน.โชคชัย ทราบว่าตำรวจ สน.โชคชัย รับเรื่องไว้แล้ว แต่เมื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบว่าเหตุเกิดบนฟุตปาท เป็นของพื้นที่ สน.สุทธิสาร ตำรวจทั้ง 2 โรงพักประสานงานกันแล้ว ตนจะพากลุ่มผู้เสียหายไปดูจุดเกิดเหตุและเข้าแจ้งความอีกครั้ง