ลุงวัย 61 อดีตข้าราชการ หึงเมียรุ่นลูกชัก .38 ยิงสาหัส อ้างฝ่ายหญิงยืมรถไปหาหมอ แต่เช็ก GPS แล้ว ไปคนละทาง
เมื่อเวลา 21.22 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2567 ศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว มีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดที่บ้านตาดใต้ ม.14 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เบื้องต้นญาติได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม แต่อาการสาหัส จึงเร่งนำตัวส่ง รพ.ศูนย์อุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุ ร.ต.ต.ภาคภูมิ สาลีจันทร์ หัวหน้าตำรวจชุมชน ต.บ้านตาด นำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว หน้าบ้านพบกองเลือดของผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.ศรัณยา หรือต้า อายุ 36 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงเข้าที่หน้าอกด้านขวา กระสุนฝังใน ส่วนผู้ก่อเหตุชื่อนายอภิวัฒน์ กาณจนศักดิ์ หรือน้อย อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 509 บ้านตาดใต้ ม.14 ต.บ้านตาด ยืนรอมอบตัวกับตำรวจ พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกโม่ .38 และกระสุน 5 นัด ถูกยิงไปแล้ว 2 นัด ปลอกคาอยู่ในรังเพลิง จึงพาไปทำบันทึกรับสารภาพที่ สภ.โนนสูง
ต่อมา ร.ต.อ.เจนวัธน์ วิทยรติโชติตระกูล รอง สว.(สอบสวน) สภ.โนนสูง และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.อุดรธานี ได้ทำการสอบปากคำ และตรวจหาเขม่าดินปืนนายอภิวัฒน์ ไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้สอบปากคำนายอภิวัฒน์ อายุ 17 ปี ลูกชาย น.ส.ศรัณยา ผู้บาดเจ็บ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ และเข้าไปช่วยเหลือผู้เป็นแม่ โดยมี น.ส.ภา อายุ 47 ปี พี่สาวผู้บาดเจ็บ และนายสุทธิพงษ์ อายุ 24 ปี ญาติผู้บาดเจ็บ ที่ให้การช่วยเหลือไปส่งโรงพยาบาล ร่วมให้ปากคำ
นายอภิวัฒน์ หรือน้อย ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตนเป็นข้าราชการเกษียณ เคยทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอุดรธานีและเป็นพ่อม่าย ภรรยาเพิ่งเสียชีวิตไปประมาณ 1 ปี มีบ้านอยู่เยื้องกับ น.ส.ศรัณยา และพูดคุยถูกคอกัน จึงตกลงผูกข้อไม้ข้อมือ อยู่กินฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ปกติกลางวันตนจะมาอยู่ที่บ้านในหมู่บ้าน ตกเย็นจะไปนอนเฝ้าที่นา ไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกันกับ น.ส.ศรัณยา เพราะเขาเคยมีครอบครัวและอยู่กับลูกชายลูกสาวของเขา
...
"ก่อนเกิดเหตุ 16.00 น. วันนี้ น.ส.ศรัณยา บอกว่าจะไปหาหมอที่คลินิกในเมืองอุดรฯ เพราะเขามีอาการเสียงแหบแห้ง เขาบอกว่าจะขับรถจักรยานยนต์ไปเอง จึงบอกว่าให้ยืมรถยนต์ไปจะดีกว่า จึงให้รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ขับไป โดยรถติด GPS จึงรู้ว่าเขาขับไปคนละทางกับที่บอกไว้ เขาขับไปที่ตลาด บ้านหนองไฮ ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งอยู่คนละทางกับที่บอก จึงโทรหาหลายครั้ง เพราะเขาโกหก โทรหาหลายครั้งจนทะเลาะกัน"
นายน้อย ให้การอีกว่า จนกระทั่งช่วงเย็น น.ส.ศรัณยา กลับมาที่บ้านแล้ว จึงมาเคลียร์ปัญหา โดยตนพกปืนมาด้วย เถียงกันไปมา ตนจึงชักปืนออกมาข่มขู่ จังหวะชุลมุนตนจำไม่ได้ว่ายิงไปกี่นัด กระสุนถูก น.ส.ศรัณยา บาดเจ็บ ตนรักและหวง น.ส.ศรัณยา มาก รักมากก็เลยโมโหมาก และไม่ชอบคนโกหก แต่ก็ยอมรับว่ายิงเขาจริง แต่ไม่รู้ว่ายิงเข้าจุดไหนบ้าง เมื่อลูกชายเขามาแยกออกตนจึงหยุดและรอมอบตัว ปืนที่ยิงก็เป็นปืนของเพื่อน เป็นปืนมีทะเบียนเอามาเก็บไว้เพื่อป้องกันตัว
ด้านนายอภิวัฒน์ ลูกชาย น.ส.ศรัณยา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ไปเล่นที่บ้านของนายสุทธิพงษ์ ที่เป็นญาติและอยู่ใกล้บ้าน แม่โทรมาบอกว่านายน้อยพกปืนมาข่มขู่อยู่หน้าบ้าน ชักปืนออกมาจ่อจะทำร้ายแม่ เมื่อตนไปถึงก็เห็นแม่ถูกยิงแล้ว จึงรีบเข้าไปแย่งปืนเพื่อช่วยแม่ จากนั้นแม่ก็วิ่งหนีออกมาที่ถนนหน้าบ้าน ตนรู้ว่าเขาทะเลาะกันเรื่องหึงหวง แม่ขับรถไปหาหมอ จากนั้นไปตลาดบ้านหนองไฮ แม่บอกว่าไปหาน้อง แต่นายน้อยหึงหวงและไม่เชื่อ จึงเกิดเหตุขึ้น เขาทะเลาะกัน 2 รอบ รอบแรกนายน้อยกลับบ้านไป อีกครึ่งชั่วโมงเขาก็กลับมาอีก แล้วก็มายิงแม่บาดเจ็บ
ขณะที่นายสุทธิพงษ์ ญาติผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนกำลังจะเก็บรถยนต์เข้าบ้านก็เห็น น.ส.ศรัณยา วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ บอกว่าถูกยิง จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ตอนนั้นเห็นมีเลือดออกเยอะมาก เกรงว่าพี่สาวจะเสียชีวิตจึงรีบนำรถยนต์ไปส่งที่โรงพยาบาลทันที โดยตนไปกับแฟนและนายอภิวัฒน์ ลูกชาย น.ส.ศรัณยา เมื่อถึงมือหมอแล้ว ก็รีบมาที่โรงพักเพื่อพาหลานมาแจ้งความ อาการตอนนี้พี่สาหัสมาก กระสุนฝังใน ปอดทะลุ ต้องเจาะเลือดออกจากปอด อาการยังโคม่า เหตุการณ์นี้มันรุนแรงเกินไป อยากให้ตำรวจดำเนินการจนถึงที่สุด
น.ส.ภา อินทร์สะอาด อายุ 47 ปี พี่สาวผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนแยกไปมีครอบครัว แต่ยังอยู่หมู่บ้านใกล้กัน หลานชายโทรมาบอกว่าน้องถูกยิง จึงรีบออกมาที่โรงพักก่อน หลังจากให้ปากคำเสร็จก็จะรีบไปหาน้องที่โรงพยาบาล ยังไม่รู้ว่าสาเหตุที่ยิงกันเกิดจากอะไร เพราะไม่ค่อยได้คุยกับน้อง บ้านหลังนี้ก็บ้านของพ่อแม่ ซึ่งเสียชีวิตไปนานแล้ว มีพี่น้อง 7 คน ตนเป็นคนที่ 6 น.ส.ศรัณยา เป็นคนสุดท้อง พี่ๆ ก็แยกบ้านไปนานแล้ว น้องจึงอยู่บ้านหลังนี้กับลูกเขารวม 3 คน คนโตคือน้องอภิวัฒน์ คนเล็กเป็นผู้หญิง อายุ 13 ปี
"ไม่รู้ว่าน้องไปแต่งงานหรืออยู่กินกับนายน้อย เพราะไม่ค่อยได้คุยกับน้องเลยไม่รู้ว่าน้องบอกญาติคนไหนบ้าง นายน้อยเองก็ไม่ค่อยสนิท รู้เพียงว่าเป็นคนมีหน้ามีตาในหมู่บ้าน อยากให้ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับน้องสาวด้วย ไม่รู้ว่าน้องจะอาการหนักขนาดไหน น้องต้องเลี้ยงลูกอีก 2 คน ยังเรียนหนังสืออยู่เลย และเชื่อว่าถ้าหลานชายไม่เข้าไปช่วยแม่เขา อาจจะรุนแรงจนถึงชีวิตก็ได้"
เบื้องต้นตำรวจ ไม่ได้ควบคุมตัวนายน้อยไว้ เนื่องจากให้การรับสารภาพ และมอบตัวในที่เกิดเหตุ ไม่มีเจตนาหลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งจะได้เชิญตัวมาทำการสอบปากคำอีกครั้ง และประสานแพทย์เพื่อเก็บหลักฐานร่องรอยแผล ประเมินอาการผู้บาดบาดเจ็บ ทำเอกสารให้ญาติไปติดต่อที่โรงพยาบาล เพื่อสะดวกในการรักษา และจะเร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป