ชลบุรี ตำรวจ สภ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุโจรไขตู้เซฟ ขโมยเงินบุรุษพยาบาล ทหารเรือ 1.1 ล้าน ที่เตรียมไว้แต่งงานสิ้นปี พฐ.มึน ไม่พบร่องรอยงัดแงะ ตรวจสอบรอบตัวอาคาร ก็ยังไม่พบจุดที่คนร้ายจะสามารถขึ้นลงได้ รวมทั้งร่องรอยลายนิ้วมือและรองเท้า ซึ่งในช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงกลางวัน มีผู้คนพลุกพล่าน แต่ไม่มีผู้ใดเห็นคนร้าย จึงเชิญผู้เป็นภรรยา และผู้อาศัยในบ้านอีก 1 ราย ไปทำการสอบสวน
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน 2567 พ.ต.ท.สินสมุทร บุญทัศนา สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สิน ภายในบ้านเลขที่ 61/304 ม.5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าทำการตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น เรียงติดต่อกัน 5 ห้อง จุดเกิดเหตุห้องริมนอกสุด ติดถนนสายหลัก มีผู้คนสัญจรไปมาอย่างพลุกพล่าน พบผู้เสียหายเจ้าของบ้าน ทราบชื่อคือ พันจ่าเอก ภูษิต วิริยะกิจ อายุ 30 ปี พยาบาลเวชกิจฉุกเฉิน โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ และน.ส.อันริกา กันธุระ อายุ 28 ปี สองสามีภรรยา กำลังอยู่ในอาการตกใจ ยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่บริเวณหน้าบ้าน
...
ต่อมา ผู้เสียหาย ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ในจุดเกิดเหตุบริเวณห้องนอนชั้น 2 ของอาคาร ซึ่งถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย และที่บริเวณตู้เซฟ ถูกใช้ลูกกุญแจไขเปิดออก โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเงินสด จำนวน 1,100,000 บาท นอกจากนี้ ยังพบถุงดำที่เจ้าของบ้านผู้เป็นภรรยา สามารถกระชากกลับคืนจากมือคนร้าย ขณะกำลังปีนหน้าต่างห้องนอนชั้น 2 ติดด้านหลังอาคารหลบหนี ซึ่งภายในมีทรัพย์สินจำพวกเครื่องประดับ แท็บเล็ต และพระเครื่องเลี่ยมทอง
สอบถาม น.ส.อันริกา ฝ่ายภรรยา เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 15.00 น. ในเวลานั้น ตนเองได้อยู่ในบ้านเพียงลำพัง ส่วนสามียังไม่กลับจากที่ทำงาน ระหว่างนั้น ได้ยินเสียงดังมาจากชั้น 2 จึงรีบวิ่งขึ้นไปดูก็พบว่า คนร้ายลักษณะเป็นชาย ปิดบังใบหน้า สวมหมวกแก๊ป ใส่เสื้อสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ และสวมถุงมือ กำลังปีนหน้าต่างหลบหนี จึงได้รีบคว้าถุงดำจากมือคนร้ายไว้ และสังเกตเห็นว่า ด้านนอกมีผู้ก่อเหตุมาด้วยอีก 1 คน เป็นชาย ลักษณะไม่แน่ชัด หลังก่อเหตุได้หลบหนีหายไปจากหลังคาชั้น 2 แต่ไม่ทราบว่า ไปในทิศทางใด เนื่องจากไม่กล้าออกมาดู เกรงได้รับอันตราย
ส่วนเงินที่คนร้ายโจรกรรมไปนั้น เป็นเงินมรดกที่สามีเตรียมไว้ใช้แต่งงานสิ้นปีนี้ แต่กลับมาถูกคนร้ายโจรกรรมไปจนหมดสิ้น ซึ่งขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายนำเงินกลับคืนมาให้ได้
ด้าน พ.ต.ท.สินสมุทร พนักงานสอบสวน หลังเกิดเหตุได้ทำการถ่ายรูปทำบันทึกที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมให้ชุดพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจหารอยนิ้วมือ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการงัดแงะ ทั้งบริเวณหน้าต่าง และตู้เซฟ โดยจากการตรวจสอบรอบตัวอาคาร ก็ยังไม่พบจุดที่คนร้ายจะสามารถขึ้นลงได้ เนื่องจากว่า มีความสูงเกือบ 3 เมตร และไม่ทิ้งหลักฐานใดๆ เอาไว้ โดยเฉพาะร่องรอยลายนิ้วมือและรองเท้า ในขณะทำการปีน ซึ่งในช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงกลางวันมีผู้คนพลุกพล่าน แต่ไม่มีผู้ใดเห็นคนร้าย
อย่างไรก็ตาม ได้เชิญตัว ผู้เป็นภรรยา และผู้อาศัยในบ้านอีก 1 ราย ไปทำการสอบสวน เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายรายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของตู้เซฟนั้น คนร้ายได้ทำการรื้อค้นหาลูกกุญแจ ที่ซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ไขเปิดตู้เซฟได้ โดยทางเจ้าของบ้านแจ้งว่า ไม่ได้มีการตั้งรหัสไว้ จึงทำให้คนร้ายได้เงินไป ส่วนสาเหตุที่ต้องนำเงินสดจำนวนมากมาไว้ในตู้เซฟนั้น เพราะกลัวถูกมิจฉาชีพดูดเงินไปแอปฯ โทรศัพท์ ไม่คิดว่าจะมาถูกคนร้าย ติดตามมาโจรกรรมไปจนหมดสิ้น