สายไหมต้องรอด พา “นางสาวศรีนวล” ถูกญาติทำร้ายจนตาบอด แถมหลอกเอาบัญชีไปเปิดเป็นบัญชีม้าจนถูกตำรวจออกหมายจับ เข้าแจ้งความที่ สภ.อุทัย เผยเคยมาช่วยญาติขายของที่นี่ ช่วงนั้นตายังไม่บอดแต่เริ่มมีอาการพร่าเลือน ก่อนที่จะพากันย้ายไปที่ จ.ชัยนาท
วันที่ 21 มิ.ย. 67 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เดินทางพานางสาวศรีนวล ผู้เสียหาย พร้อม นางสาวสุภาภรณ์ (สงวนนามสกุล) ลูกสาว เข้าพบกับ พ.ต.อ มนัส อัดโดดดร ผู้กำกับสภ. อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ร.ต.ท.ฤทัย วลีอิทธิกุล พนักงานสอบ เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันหลังถูกนางหนูเล็ก ซึ่งเป็นญาติ ทำร้ายร่างกายจนตาบอด แถมหลอกเอาบัญชีไปเปิดเป็นบัญชีม้าจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ
นางสาวศรีนวล เผยว่าตนทะเลาะกับสามีจึงย้ายไปอยู่กับญาติที่ จ.พระนครศรีอยุธยาเมื่อปี 2560 โดยช่วงแรกเธอไปช่วยญาติขายของ แต่ช่วงหลังเริ่มขายไม่ดีญาติจึงเริ่มทำร้ายร่างกายเธอ ช่วงนั้นตายังไม่บอดแต่เริ่มมีอาการพร่า หรือไม่ค่อยเห็นก่อนที่จะพากันย้ายไปที่ จ.ชัยนาท ตอนปี 2561 หลังจากนั้นเธอก็ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงจนตาบอด ซ้ำยังถูกนางสาวหนูเล็ก ญาติหลอกพาไปเปิดบัญชีม้าจนทำให้เธอถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงถึงขั้นถูกจับเข้าเรือนจำ
ด้าน พ.ต.อ.มนัส อัดโดดดร ผู้กำกับ สภ.อุทัย เผยว่า จากการพูดกับผู้เสียหายทราบว่า นางสาวศรีนวล กับนางสาวหนูเล็กผู้ก่อเหตุ เป็นญาติกัน เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2562 ผู้เสียหายไม่เคยมีการเข้ามาร้องเรียนหรือแจ้งความกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งย้ายไปอยู่ที่จังหวัดชัยนาทและถูกทำร้ายร่างกายถึงขั้นตาบอด ส่วนสาเหตุที่ย้ายไปเนื่องจากเพื่อนบ้านเริ่มรู้ว่ามีการทำร้ายร่างกายกันจึงย้ายออกจากพื้นที่ไปทำมาหากินที่อื่น ส่วนในเรื่องคดีไม่มีความซับซ้อนอะไร ถ้าหากรู้ชื่อและตัวตน ก็สามารถดำเนินคดีได้ แต่จะมีความจะมีความยากคือ ผู้เสียหายตาบอดอาจจะชี้พิกัดได้ไม่ชัดเจน ซึ่งแนวทางการสืบสวนจะประสานกับตำรวจที่ชัยนาท และหลังจากนี้จะส่งตัวผู้เสียหายมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอุทัย
...
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เผยว่าได้ประสานไปทางกระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยเรื่องของด้านการฟื้นฟู และตาที่บอดว่าจะเยียวยาช่วยเหลืออย่างไร แต่ขอดำเนินการเรื่องของคดีให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายชดใช้เวรกรรมที่ก่อขึ้น