“บิ๊กต่าย” รักษาการ ผบ.ตร.เอาจริง สั่ง ผบช.ก.ให้กองปราบจับตำรวจนอกรีต ยศ ร.ต.อ. 2 นาย สังกัดสืบ 7 นครบาล หลังร่วมกับพลเรือนรีดเงินร้านขายน้ำกระท่อมใน จ.สมุทรสาคร 2 ร้าน พบทั้งหมดสวมเสื้อ CIB ตำรวจสอบสวนกลาง และศปทส.ตร.รีดเงินทั้ง 2 ร้าน รวม 28,000 บาท ซ้ำขู่เรียกเก็บรายเดือนอีกเดือนละ 3 พัน รรท.ผบ.ตร.เผยเป็นตำรวจกลับทำผิดกฎหมายเสียเอง ปล่อยไว้ไม่ได้ 

     

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5.บก.ป. นำกำลังจับกุม 1.ร.ต.อ.สุรพล สุวรรณรัตน์ ตำแหน่ง รอง สว.กก.สส.บก.น.7 2.ร.ต.อ.สาโรช โอสถานนท์ ตำแหน่ง รอง สว.กก.สส.บก.น.7. 3.นายณัฐพล คำแหง 4.นายวชิระ สุวรรณรัตน์ 5.นายชิตธารินทร์ พิชญะพันธากรณ์ 6.นายไวยวัฒน์ หอมเกตุ  7.นายจตุพร สมฤทธ์ และ8. นายเมธี ศักดิ์อุดมไพศาล ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.47-54 /2567 ลง 13 มิ.ย. 67 พร้อมของกลาง 1.รถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ จำนวน 4 คัน 2.เสื้อซึ่งมีสัญลักษณ์หน่วย ตำรวจสอบสวนกลาง จำนวน 8 ตัว  3.แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์  3 แผ่น 4.บัตรกดเงินสด จำนวน 1 ใบ 5.บัตรผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ ศปทส.ตร. จำนวน 1 ฉบับ  6.ตราสัญลักษณ์แบบตีนตุ๊กแกของ บก.ปทส. จำนวน 1 อัน 7.ป้ายแบบตีนตุ๊กแกมีตัวอักษรปักด้วยด้ายสีเหลือง ศปทส.ตร. จำนวน 1 อัน  8.เสื้อผ้าขณะก่อเหตุจำนวน 4 รายการ จับกุมทั้งหมดได้ที่ กก.สส.บก.น.7.บช.น.

     

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 พ.ค.2567 ได้มีกลุ่มชายไทยหลายนาย แต่งกายคล้ายตำรวจ สวมเสื้อคลุมและเสื้อกั๊ก ด้านหลังมีสัญลักษณ์ “CIB ตำรวจสอบสวนกลาง ศปทส.ตร.” ขับรถยนต์ 3 คัน แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจสอบการกระทำความผิดภายในร้านจำหน่ายน้ำต้มกระท่อม 2 ร้าน ตั้งอยู่ที่บริเวณตลาด 4000 ห้อง ถ.เจษฎาวิถี ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร ก่อนจะบอกว่าเป็นตำรวจมาจากสอบสวนกลาง หลังเข้าตรวจค้นทั้ง 2 ร้านเสร็จสิ้น ได้แจ้งผู้ดูแลร้านทั้ง 2 ร้าน ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิด จะเชิญตัวไป บก.ปทส.บางเขน หากต้องการจบเรื่อง ต้องจ่ายเงินรวมกัน 28,000 บาท โดยร้านแรกยอมโอนเงินจ่าย 13,000 บาท เจ้าของบัญชี นายพิชิต ห่วงฮุย ส่วนร้านที่ 2 จ่ายเป็นเงินสด 15,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี 

...

ทั้งนี้ผู้ดูแลร้านทั้ง 2 ร้านยอมรับว่า ไม่รู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด จึงได้ตกลงยินยอมจ่ายเงินไป เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี จากนั้นกลุ่มชายแต่งกายคล้ายตำรวจดังกล่าว ยังได้ขอเรียกเก็บเงินเป็นรายเดือนอีก เดือนละ 3,000 บาท ก่อนจะขอหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ดูแลร้านทั้ง 2 ไป พร้อมบอกว่าจะให้ธุรการโทรมาในเดือนถัดไป ก่อนที่ทั้งหมดจะออกจากร้านไป

หลังเกิดรื่องดังกล่าวขึ้น ได้มีผู้แจ้งเบาะแสข้อมูลให้กับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร.ก่อนจะมีคำสั่งมายัง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ทราบ โดยเน้นว่าถ้าหากผลการสืบสวนเป็นจริงตามที่ได้รับข้อมูลมา ให้ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษากฎหมาย แต่กลับมาทำความผิดเสียเองปล่อยไว้ไม่ได้  พล.ต.ท.จิรภพ จึงสั่งให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5.บก.ป. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง 

จากการสืบสวน พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับพลเรือนการกระทำความผิดจริง โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมีทั้งสิ้น 11 ราย จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับบุคคลทั้ง 8 ราย ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 รายนั้น มี 2 รายประกอบด้วย นายภานุวัฒน์ บุญสิทธิ์ และนายพิชิต ทับทอง หลังทราบเรื่องได้ขอเข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบแล้ว ขณะนี้เหลือเพียง ด.ต.ปราบไพรี ลุผล สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร อีก 1 ราย คาดว่าวันจันทร์นี้จะเข้ามอบตัว

จากการสอบสวน ร.ต.อ.สุรพล และ ร.ต.อ.สาโรช ให้การภาคเสธ ยอมรับว่าไปด้วย แต่ไม่ได้เป็นคนเรียกรับ ส่วนเสื้อตำรวจ CIB และเสื้อ ศปทส.ตร.ที่สวมใส่นั้นเป็นเพราะทั้งคู่มีชื่ออยู่ในชุด ศปทส.ตร.จึงคิดว่าเป็นหน่วยเดียวกัน สามารถนำมาใส่ได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหาตำรวจทั้ง 2 นาย ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ อาจทําให้ผู้อื่นเชื่อว่ามี ตำแหน่ง หรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่ง หรือหน้าที่นั้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบ ด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น มาตรา 157 

ส่วนพลเรือนทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและผู้อื่น นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5.บก.ป. จากนั้นได้นำตัวทั้งหมดไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากการกระทำความผิดในครั้งนี้แล้ว ยังพบข้อมูลว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวยังได้ก่อเหตุแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการคอกน้ำมันผิดกฎหมายในพื้นที่ จว.สมุทรสาคร หลายรายอีกด้วย