เปิดใจ 1 ในลูกเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนที่จอดเทียบท่าเรือตำรวจน้ำสัตหีบ เผยก่อนเรือ 3 ลำจะล่องหน มีการกักตุนเสบียง ชี้แม้จะถูกยึด GPS ก็สามารถเดินเรือได้ ขอเพียงมีแค่เข็มทิศและประสบการณ์
ความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนจำนวน 3 ลำ พร้อมน้ำมันเถื่อน 330,000 ลิตรของกลางในคดี ที่จอดไว้ที่ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จ.ชลบุรี หาย
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเย็นที่สะพานท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ เรือตรวจการณ์หมายเลข 1301 (ชัยจินดา) เพิ่งแล่นเข้ามาเทียบยังท่าเรือ หลังออกไปปฎิบัติภารกิจลาดตระเวนค้นหาเรือบรรทุกน้ำมัน ทั้ง 3 ลำที่หายไป มา
โดยผู้สื่อข่าวได้เข้าสัมภาษณ์ ลูกเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ใน 5 ลำ ที่ยังจอดอยู่ ขณะเดินออกไปซื้อเสบียงยังชีพไว้กินบนเรือ
ลูกเรือคนดังกล่าว เปิดเผยก่อนเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำจะหายไป ว่า ตนเองไม่รู้จักลูกเรือทั้ง 3 ลำที่หายไป ก่อนวันที่เรือจะหายไป ลูกเรือยังได้มาดื่มสุรา ที่เรือของตนอยู่เลย แต่ก็ไม่ได้พูดหรือบอกอะไรว่าจะไปไหน ขณะที่เรือทั้ง 3 ลำแล่นออกไป ตัวเองไม่ได้ยินเสียงอะไรด้วย เพราะเมา ซึ่งทั้ง 3 ลำ มีลูกเรือประมาณสิบกว่าคน โดยลูกเรือที่อ้างว่า “รอคำสั่งเสธ.” ก็ได้ไปกับเรือบรรทุกน้ำมันที่หายไปด้วย
...
ซึ่งก่อนวันที่เรือจะออกและหายไป ตนพบลูกเรือทั้ง 3 ลำ มีการออกไปซื้อเสบียง เพื่อกักตุนกันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะป็นน้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ทั้งนี้เรือที่ถูกจับทุกลำจะถูกยึด GPS จะเหลือเพียงเข็มทิศเท่านั้น ส่วนเรื่องของการเดินเรือ แม้จะถูกยึด GPS ตัวเองก็สามารถเดินเรือได้ ขอเพียงมีแค่เข็มทิศและประสบการณ์ สำหรับเรือของกลางที่จอดทอดสมอ 2 ลำ นั้นไม่มีน้ำมัน แต่ทุกลำต้องมีการเดินเครื่องยนต์ เพื่อถ่ายน้ำออกจากใต้ท้องเรือ ส่วนเรือที่ถูกจับทั้ง 5 ลำ 3 ลำที่หายไปนั้น เป็นเจ้าของเดียวกันทั้งหมด