"ผู้การตำรวจน้ำ" บินด่วน พบ รอง ผบ.ทร.กัมพูชา/แกนนำโค้ชการ์ดเอเชีย และผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือไทย ประสานร่วมมือคลี่คลายคดี 3 เรือน้ำมันเถื่อนของกลางหาย ขณะที่ผู้สื่อข่าวพบท่อน้ำมันและท่อน้ำ เดินท่อคู่ขนานกันปลายสะพานท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ โดยมีการซ่อมแซมใหม่ ส่วนหลังบ้านพักตำรวจพบถังน้ำมันหลายถัง รวมถึงปั๊มที่ใช้ในการสูบน้ำมัน

ความคืบหน้ากรณีที่กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) รายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันของกลางขนาดใหญ่จำนวน 3 ลำ ซึ่งบรรจุน้ำมันรวมกว่า 3.3 แสนลิตร หายไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จนมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.รน. จำนวน 4 นาย ย้ายมาช่วยราชการ ปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ ศปก.บช.ก. โดยให้ขาดจากต้นสังกัด มีผลนับตั้งแต่วัน 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา

อีกทั้งได้มีการนำคลิปกล้องวงจรปิดที่พบว่า วันที่ 10 มิ.ย. 67 เวลาประมาณ 17.05 น. ได้มีรถทะเบียน จพ-3379 ชลบุรี ขับขี่เข้าไปยัง สะพานท่าเทียบเรือสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ และไปจอดเทียบข้างเรือ 633 โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที เสนอออกไปตามสื่อต่างๆ นั้น

...

ล่าสุดวันนี้ (14 มิ.ย. 67) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ชี้แจงกรณีตรวจสอบรถกระบะสีดำเข้าไปในท่าเรือสัตหีบ ว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า วันที่ 10 มิ.ย. 67 เวลาประมาณ 17.05 น. ได้มีรถทะเบียน จพ-3379 ชลบุรี ขับขี่เข้าไปยังท่าเรือสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ และไปจอดเทียบข้างเรือ 633 โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ทั้งนี้จากการตรวจสอบรถยนต์ทะเบียน จพ-3379 ชลบุรี ดังกล่าว พบว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 5 ซึ่งขับขี่รถยนต์เข้าไปยังท่าเรือสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ เพื่อเติมน้ำเปล่า สำหรับใช้ในการอุปโภค เช่น การอาบน้ำ และกิจกรรมอื่นๆ และจาการตรวจสอบตารางภารกิจ พบว่าเรือ 633 มีภารกิจ อบรม ศรชล.ภาค 1 ที่โรงแรมบ้านฉางพาเลซ จ.ระยอง ในวันที่ 11-13 มิ.ย. 67 จึงมีความจำเป็นต้องเติมน้ำ สำหรับใช้ในภารกิจบนเรือ เช่น การทำความสะอาด เป็นต้น ทั้งนี้จากกรณีตรวจสอบไม่พบเรือของกลางจำนวน 3 ลำ ดังกล่าวหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป

ซึ่งภายหลังจากที่ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ชี้แจงกรณีตรวจสอบรถกระบะสีดำเข้าไปในท่าเรือสัตหีบ ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากการตรวจสอบบริเวณสะพานท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ พบมีท่อน้ำมันและท่อน้ำ เดินท่อคู่ขนานกันไปทางปลายสะพาน และพบว่าท่อน้ำได้มีการซ่อมแซมใหม่ ส่วนท่อน้ำมันนั้นชำรุดใช้ไม่ได้ 

จากนั้นผู้สื่อข่าว ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณบ้านพักเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำสัตหีบ พบถังน้ำมันขนาดใหญ่วางอยู่ด้านหลัง และยังพบถังน้ำมันเล็กอีกหลายถัง รวมถึงปั๊มที่ใช้ในการสูบน้ำมันอีกด้วย

และมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้มีการประสานไปยัง ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือให้แจ้งไปยังหมู่เรือตรวจการณ์และอากาศยาน ที่กำลังลาดตระเวนตรวจการณ์ในทะเลอ่าวไทย ให้ช่วยเฝ้าระวังและติดตามค้นหาเรือบรรทุกน้ำมันที่หายไปทั้ง 3 ลำ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่พบ  

...

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้รับคลิปจากลูกเรือประมงแถวสัตหีบ ที่ถ่ายไว้ช่วงเช้าวันที่ 10 มิ.ย. 67 ในช่วงเวลา 06.53 น. ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันที่หายไปทั้ง 3 ลำ กำลังติดเครื่องเรือ อยู่มีการวอร์มเครื่องเรือ ก่อนที่เรือ 3 ลำจะหายไปในวันที่ 11 มิถุนายน เวลา 20.11 น. ดังกล่าว 

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ พร้อมคณะได้เดินทางไปยัง กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อขอพบกับ พล.ร.อ.เตีย โซ๊ะคา รอง ผบ.ทร. และ หน.โค้ชการ์ด ที่โรงแรมพนมเปญ เพื่อหารือและขอความร่วมมือในการติดตามเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน จำนวน 3 ลำ ที่หลบหนีออกมาจากหน้าสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มุ่งหน้าเข้ามาด้านเกาะช้าง จ.ตราด และหนีออกนอกน่านไทย ด้านประเทศกัมพูชา 

...

ในเบื้องต้นทางด้าน รอง ผบ.ทร.กัมพูชา ได้รับปากจะช่วยในการตรวจสอบ ค้นหาเป้าหมายดังกล่าว 

ต่อมา ผู้บังคับการตำรวจน้ำ พร้อมคณะ ได้ขอเข้าพบ น.อ.ธงฉาน บุญระเทพ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ ประจำกรุงพนมเปญ เพื่อขอความร่วมมือในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านทะเลติดต่อประเทศกัมพูชา และประเทศเวียดนาม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากแหล่งข่าวประเทศเพื่อนบ้านว่า เบื้องต้นยังไม่พบเรือทั้ง 3 ลำ ในเขตน่านน้ำกัมพูชา แต่ที่น่าจับตามอง เรือทั้ง 3 ลำ อาจจะเข้าไปในน่านน้ำประเทศเวียดนาม เรือคงไม่กล้าเข้ามาทอดสมอในน่านน้ำกัมพูชา เพราะเกรงบารมีของบิ๊กต้อ พล.ร.อ.เตีย ซกคา หน.โค้ชการ์ด ที่สามารถเชื่อมประสานได้ทุกประเทศ แถมยังมีความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพเรือไทย และประเทศไทย จึงคาดว่าเรือทั้ง 3 ลำ คงลอยลำอยู่ในเขตน่านน้ำสากลย่านประเทศเวียดนาม