ศาลพัทลุง อนุมัติหมายจับคดีเรียกค่าไถ่ชาวอินโดนีเซีย เพิ่มอีก 5 โดย 2 ใน 5 ของกลุ่มผู้ต้องหาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง และครูสาวที่เป็นครูอัตราจ้างในพื้นที่ จ.ตรัง
จากกรณี นายแดเนียล ซิโฮมบิง รองกงสุล สถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำจังหวัดสงขลา เดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เพื่อให้ความช่วยเหลือนายชาวานา อายุ 29 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย ได้ถูกชายไทยไม่ทราบชื่อและจำนวน มารับตัวจากพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้วนำมากักขังหน่วงเหนี่ยวในพื้นที่ จ.พัทลุง ต่อมาตำรวจพัทลุงสามารถเข้าไปช่วยเหลือนายชาวานาได้สำเร็จ ขณะถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 7 ต.ท่าแค อ.เมืองพัทลุง และสามารถจับกุมตัว นายวีระศักดิ์ ทองอุบล อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว และจากการตรวจค้นในบ้านหลังดังกล่าว ตร.ยังพบชาวอินโดนีเซียที่ถูกกักขังอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวอีก 2 คน
กระทั่ง 17 พ.ค. 67 พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.9 นายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดพัทลุง เข้าจับกุมตัว ด.ต.หญิง เพลินพิศ จันทร์เทศ ตำแหน่ง ผช.พนักงานสอบสวน สภ.หนองเอื้อง และถูกมีคำสั่งให้ออกจากราชการและนำไปฝากขังในเรือนจำจังหวัดพัทลุง และมีการขยายผลการจับกุมตำรวจหญิงคนดังกล่าวไปสู่การจับกุมนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด
จากนั้น ตร.พัทลุง ได้นำผู้เสียหายชาวอินโดนีเซียทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายชาวานา อายุ 29 ปี, นายฮารี ยาดี อายุ 30 ปี และนายชาร์ มินี อายุ 40 ปี ชาวอินโดนีเซียทั้ง 3 คน ไปชี้สถานที่เกิดเหตุที่ถูกกลุ่มคนร้ายนำตัวไปขังและทำร้ายร่างกายในพื้นที่ ต.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง และนำมาสอบปากคำเพิ่มเติมผ่านล่าม และ จนท.กงสุล จากนั้นศาลจังหวัดพัทลุงได้อนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องในคดีดังกล่าว จำนวน 5 คน แยกเป็นชาย 3 คน ผู้หญิง 2 คน โดย 2 ใน 5 นั้น เป็นนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังของ อ.เมืองพัทลุง และครูสาวอัตราจ้างสอนในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง
...
ล่าสุดวันนี้ (6 มิ.ย. 67) นางสาวปัญญาลักษณ์ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นครูอัตราจ้างสอนในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 พร้อมญาติและทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้ามามอบตัวต่อ พ.ต.อ.จุมพฏ เลี่ยมแก้ว ผกก.เมืองพัทลุง โดยในเบื้องต้น นางสาวปัญญาลักษณ์ ได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนต่อไป
จากนั้น ตร.ได้นำตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าวไปควบคุมตัวในห้องขัง สภ.เมืองพัทลุง เพื่อรอสอบปากคำในตอนบ่ายวันนี้ หลังจากนั้นก็จะได้นำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทลุงตามขั้นตอนต่อไป
ขณะที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองพัทลุง นายจตุพร (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังรายหนึ่งของ อ.เมืองพัทลุง พร้อมทนายความ และญาติ ได้เข้ามามอบตัวต่อ พ.ต.อ.จุมพฏ เลี่ยมแก้ว ผกก.เมืองพัทลุง โดยในเบื้องต้นได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดย ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย และจะได้นำตัวไปมอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายฐานความผิด "ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่ควรกระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นโดยมีอาวุธ และร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น"
ด้าน พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ยุทธศักดิ์ เอี่ยมสุนทร ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง พร้อมพวกนำหมายจับออกติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่กำลังหลบหนี และได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ สิงหพล รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองพัทลุง และ พ.ต.ต.พัชรพล รัตนมุณี สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทลุง ร่วมกันสอบปากคำกลุ่มพยานในคดีดังกล่าว เพื่อขยายผลไปสู่การรวบรวมหลักฐานในการเตรียมยื่นขออนุมัติหมายจับในคดีดังกล่าวเพิ่มเติม รวมทั้งการพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหาโดยเฉพาะข้อหาการค้ามนุษย์ ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป