ครอบครัวยื่นค้านประกัน "ทีมฆ่าเสี่ยต้น" หวั่นหลบหนี เตรียมติดตามคดีการเสียชีวิตที่ จ.มหาสารคาม คาดเชื่อมโยงคดีที่ สน.วังทองหลาง แม่เชื่อลูกชายถูกวางยา 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทางตำรวจเตรียมนำตัวผู้ต้องหาฝากขังพรุ่งนี้ พร้อมยื่นคัดค้านประกันตัวท้ายคำร้อง หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 4 มิ.ย. 67 ที่ สน.วังทองหลาง น.ส.ณัฐปภัษร์ และนางปภาพินท์ กลีบจินดา น้องสาว และแม่ของ นายพิชิต กลีบจินดา หรือ "เสี่ยต้น" ผู้ตาย พร้อม น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย

โดย น.ส.อำนวยพร เปิดเผยว่า วันนี้พาครอบครัวและญาติของเสี่ยต้น เดินทางมายื่นคัดค้านการประกันตัวของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ที่ถูกจับกุมตัว เพราะโทษหนักสุดของผู้ต้องหาคือจำคุกตลอดชีวิต จึงเกรงว่าหากมีการประกันตัวออกไปจะมีการหลบหนี หลังจากนี้จะมีการติดตามต่อในส่วนของคดีการเสียชีวิตของเสี่ยต้น ที่ จ.มหาสารคาม ที่คาดว่าจะมีความเชื่อมโยงกันกับคดีที่ สน.วังทองหลาง ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งสืบสวนหาความเชื่อมโยงอยู่ ซึ่งทางครอบครัวสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้แค่บางส่วน และในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะมีการยื่นคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาลอีกครั้ง กรณีที่ น.ส.วรรณิภา หรือมด หะมาลา ภรรยาเสี่ยต้น มีสิทธิ์อ้างว่าบุตรไม่มีคนดูแล ซึ่งก็อยู่ที่ดุลพินิจของพนักงานสอบสวน เพราะคดียังไม่สิ้นสุด ขณะนี้ทาง น.ส.วรรณิภา ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ทางครอบครัวเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว และถึงแม้ว่าทางพนักงานสอบสวนจะยื่นคัดค้านการประกันตัวไปแล้ว แต่ทางครอบครัวก็จะยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อไป ในส่วนของเงินประกัน 16 ล้านบาทของผู้ตายนั้น เบื้องต้นทราบว่าบุตรทั้ง 3 เป็นผู้รับผลประโยชน์ แต่ในส่วนนี้ยังไม่ได้ดูในรายละเอียดว่ากรมธรรม์มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ซึ่งทางครอบครัวของเสี่ยต้นไม่ได้ตรวจสอบและติดตามในเรื่องนี้

...

ด้าน นางปภาพินท์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าลูกสะใภ้จะเป็นคนลงมือ เพราะคิดว่าเป็นคนนอกมาโดยตลอด ตอนนี้ตนรู้สึกโกรธและไม่อยากพบหน้าลูกสะใภ้ เนื่องจากไม่มีอะไรจะพูดคุยด้วย ขณะนี้หลานทั้ง 3 คนอยู่กับญาติฝั่งลูกสะใภ้ และไม่ให้ติดต่อกับตน ตนจึงมีความรู้สึกเป็นห่วงหลาน และเชื่อว่าการตายของเสี่ยต้นที่ จ.มหาสารคาม เกิดจากการถูกวางยา 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของการอโหสิกรรมนั้น ตนขอให้คดีสิ้นสุดก่อน

ด้าน พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า หลังจากสามารถควบคุมตัว น.ส.วรรณิภา กับพวกรวม 3 คน ได้ทำการสอบสวนเบื้องต้นที่ บก.สส.บช.น.เสร็จสิ้น ก็ควบคุมตัว น.ส.วรรณิภา คุมขังที่ สน.วังทองหลาง ส่วนผู้ต้องหาชายอีก 2 ราย คือ นายสาโรจน์ เสือสุวรรณ ผู้ทำหน้าที่จัดหาอาวุธปืน และนายวีรภัทร สุคนธทรัพย์ ผู้ทำหน้าที่ขี่รถ จยย. หลังจากทำบันทึกจับกุมที่ สน.วังทองหลาง เสร็จสิ้น ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาชายทั้ง 2 ราย แยกขังที่ สน.อื่น เพื่อเป็นการแยกสอบปากคำ เนื่องจากเกรงว่าหากผู้ต้องหาอยู่รวมกันอาจจะเกิดการเตี๊ยมคำให้การได้ โดย นายสาโรจน์ ถูกควบคุมตัวที่ สน.หัวหมาก ส่วนนายวีรภัทรถูกนำไปควบคุมที่ สน.โชคชัย ส่วนช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายวีรภัทร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณโรงเหล้าแสงจันทร์และจุดที่ก่อเหตุยิงบนถนนรามอินทราเป็นที่เรียบร้อย ส่วนผู้ต้องหารายอื่นๆ คาดว่าในช่วงสายจะมีการสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จะส่งฝากขังต่อศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) โดยได้ดำเนินการยื่นคัดค้านการประกันตัวท้ายคำร้องผู้ต้องหา เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ด้านสิบเวรหน้าห้องขัง เปิดเผยว่า ขณะที่ น.ส.วรรณิภา ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องผู้ต้องขัง ยังไม่พบแสดงท่าทีอาการเคร่งเครียดแต่อย่างใด หรือเรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากในห้องผู้ต้องขังเดียวกันนั้นมีผู้ต้องหาหญิงถูกดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับขังร่วมกันด้วย จึงทำให้ น.ส.วรรณิภา ได้พูดคุยกับเพื่อนผู้ต้องขังหญิงเหมือนเป็นการระบายความเครียด โดยยังรับประทานอาหารและกินยารักษาโรคไทรอยด์ได้ตามปกติ นอกจากนี้ น.ส.วรรณิภา ยังมีหนังสือที่ญาตินำมามอบให้อีก 4 เล่ม ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวข้องกับปรัชญาชีวิตและการบริหารจัดการเงิน.