พี่ชายเหยื่อฆ่าหมกคอนโดฯ เมืองนนท์ สงสัยร้านทอง ยอมให้คนร้ายนำบัตรเครดิตและบัตรประชาชนคนตาย ไปรูดซื้อทองได้ยังไงกว่า 1 ล้านบาท ทั้งที่สวมฮู้ด ใส่แมสก์ปิดใบหน้า บอกว่าไปทำศัลยกรรมหน้าเลยเปลี่ยนก็ดันเชื่อ ยืนยันฟ้องร้องดำเนินคดีแน่ 


เวลา 16.00 น. วันที่ 31 พ.ค. 67 ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นายฉัตรชัย ทองอ่อน อายุ 55 ปี พี่ชายของผู้ตาย ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองนนทบุรี หลังทราบข่าวว่าทางตำรวจสามารถจับกุมตัวคนก่อเหตุได้แล้ว 


นายฉัตรชัย พี่ชายคนตาย กล่าวว่า ตอนนี้ทางครอบครัวติดใจเรื่องการซื้อทอง คนร้าย ได้นำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปสแกน QR Code ซื้อทองคำที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว กว่า 1 ล้านบาท โดยคนร้ายได้สวมบัตรประชาชนของผู้ตาย และอ้างกับทางร้านว่าตนเองไปศัลยกรรมมา จึงทำให้หน้าตาตัวจริงไม่เหมือนในบัตร และมองว่านิติบุคคลของคอนโดฯ ทำไมถึงไม่แจ้งตำรวจ รวมถึงธนาคารด้วย ตนดำเนินการฟ้องอย่างแน่นอน เพราะมองว่ามันหละหลวมเกินไป


“เคสดังกล่าวมองว่ามันเป็นกรณีตัวอย่างให้สังคมมอง การที่จะจ่ายเงินหลักล้านได้ มันต้องมีขั้นตอนการยืนยันตัวตนหลายอย่าง ถึงจะสามารถซื้อทองได้ แต่ในกรณีนี้ เห็นแก่การขายทองมากเกินไปหรือเปล่า เพราะว่าตอนอีกฝ่ายไปทำธุรกรรมการเงิน ก็สวมใส่เสื้อฮู้ดและปิดแมสก์ ใส่แว่นดำปิดบังใบหน้าตลอดเวลา แต่ก็สามารถทำธุรกรรมได้  ขณะที่แอปฯ ธนาคารเวลาที่เราจะโอนเงินในจำนวนมากยังต้องสแกนหน้าเลย หรือทำทุกอย่างเพื่อยืนยันตัวตน แต่กรณีที่เกิดขึ้นเหมือนแหกกฎ”


ด้าน น.ส.อิสริยา หลานสาวผู้ตาย กล่าวว่า ตนทราบว่าเงินหายออกไปจากบัญชีของอาประมาณ 1 ล้านกว่าบาท โดยหลังจากที่อาเสียชีวิต คนร้ายได้แอบอ้าง ใช้ไลน์ของคนตาย ส่งข้อความมาหาตน ก่อนจะขอให้ส่งเอกสารทางธุรกิจ กระเป๋าเงิน ไปให้หน่อย จึงได้จ้างไรเดอร์เป็นคนนำสิ่งของเหล่านี้ไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อไรเดอร์ไปส่งแล้วและส่งภาพมาให้ดู ปรากฏว่าจากที่ดูนั้นมันเหมือนไม่ใช่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เป็นแถวลาดพร้าว ขณะที่ไรเดอร์เองก็ได้ส่งรูปยืนยันว่า ได้ส่งของให้กับผู้รับเรียบร้อย ก็เห็นชายใส่เสื้อฮู้ดสีดำ พร้อมกับสวมใส่แมสก์ และแว่นตาสีดำ ยอมรับว่าตอนนั้นก็ไม่ได้ระแคะระคายอะไร เพราะคิดว่าน่าจะเป็นอาของตัวเอง สุดท้ายมารู้ภายหลังว่าไม่ใช่

...